วิกฤตงบประมาณโครงข่ายไฟฟ้าอังกฤษ พุ่งทะลุ 2 แสนล้านปอนด์
โครงการอัปเกรดโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อรองรับพลังงานสะอาดในอังกฤษเผชิญปัญหาต้นทุนพุ่งสูงเกินคาดการณ์เดิมหลายเท่าตัว กระทบค่าไฟภาคครัวเรือนและธุรกิจ
สรุปข่าว
โครงการอัปเกรดโครงข่ายไฟฟ้าครั้งใหญ่ของอังกฤษเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero กำลังเผชิญกับวิกฤตต้นทุนที่บานปลาย โดยคาดการณ์มูลค่าการลงทุนรวมสูงถึง 2 แสนล้านปอนด์จนถึงปี 2040
โครงการสำคัญอย่าง Eastern Green Link 1 และ 2 มีงบประมาณพุ่งขึ้นจากเดิม 3.4 พันล้านปอนด์ เป็น 6.8 พันล้านปอนด์ ขณะที่บางโครงการมีต้นทุนเพิ่มขึ้นสูงถึง 500% ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าจะเป็นภาระหนักต่อผู้บริโภคผ่านค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น
ผลกระทบต่อค่าครองชีพ
การปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าที่สร้างขึ้นตั้งแต่ยุค 1950-1970 ให้รองรับพลังงานหมุนเวียนมีความจำเป็นอย่างยิ่ง แต่การบริหารจัดการที่ล่าช้าและปัญหาห่วงโซ่อุปทานโลกทำให้ค่าใช้จ่ายพุ่งสูงขึ้น
คาดการณ์ว่าค่าธรรมเนียมโครงข่ายไฟฟ้าในบิลค่าไฟของครัวเรือนจะเพิ่มขึ้นถึง 65% ภายในปี 2030 ขณะที่ภาคธุรกิจอาจต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้น 60-90% ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับบริษัทพลังงานอย่าง EDF และ Octopus Energy ที่เรียกร้องความโปร่งใสในการดำเนินงาน
ผลกระทบ เชิงลบ
ต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลลบต่อบริษัทพลังงานและผู้บริโภคโดยตรง ทั้งยังสะท้อนถึงความเสี่ยงในการบริหารจัดการโครงการภาครัฐที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน