ยุโรปเผชิญวิกฤตพลังงานรอบใหม่ คาดราคาพุ่งรับฤดูหนาว
ยุโรปเสี่ยงขาดแคลนพลังงานและแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น หลังปริมาณก๊าซสำรองลดต่ำกว่าค่าเฉลี่ยและปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางกระทบห่วงโซ่อุปทาน
สรุปข่าว
ยุโรปกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านพลังงานครั้งใหญ่ในช่วงฤดูหนาวปี 2026 เนื่องจากปริมาณก๊าซสำรองในคลังลดลงเหลือเพียง 67% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติที่ 80% โดยเฉพาะเยอรมนีที่มีปริมาณสำรองเพียงครึ่งหนึ่งของความจุทั้งหมด
วิกฤตดังกล่าวได้รับแรงกดดันจากความขัดแย้งในอิหร่านและเหตุการณ์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาน้ำมัน ดีเซล และน้ำมันอากาศยานปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา ส่งผลให้สหภาพยุโรปต้องแบกรับภาระต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้นกว่า 900 พันล้านยูโรนับตั้งแต่ปี 2022
ผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ
ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นไม่เพียงแต่สร้างภาระให้แก่ภาคครัวเรือน แต่ยังกดดันต้นทุนการผลิตในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับขึ้นราคาสินค้าสำเร็จรูปเพื่อผลักภาระให้ผู้บริโภค
บริษัทที่ไม่สามารถจัดหาเชื้อเพลิงได้เพียงพออาจจำเป็นต้องระงับการดำเนินงานชั่วคราวในช่วงฤดูหนาว ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักรที่มีการคาดการณ์ว่าอาจมีการเลิกจ้างงานสูงถึง 163,000 ตำแหน่งในปี 2026
ผลกระทบ เชิงลบ
ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและภาวะขาดแคลนก๊าซสำรองจะกดดันกำไรของบริษัทในภาคการผลิตและเพิ่มความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อในยุโรป ซึ่งอาจส่งผลลบต่อภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดหุ้นในภูมิภาค
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ปริมาณก๊าซสำรองในคลังของยุโรป
- สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและช่องแคบฮอร์มุซ
- ตัวเลขการจ้างงานในภาคการผลิตของยุโรป
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน