หุ้นกลุ่มชิปและ AI ทั่วโลกดิ่งหนัก กังวลนโยบายคุมดาต้าเซ็นเตอร์หลังเลือกตั้งสหรัฐฯ
ดัชนี Nikkei 225 ร่วงกว่า 5% ขณะที่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ทั่วเอเชียและสหรัฐฯ เผชิญแรงเทขายครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020
สรุปข่าว
ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก โดยดัชนี Philadelphia Semiconductor Index ปรับตัวลดลง 12.2% ในวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2020 ส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังตลาดหุ้นเอเชียในวันศุกร์ นำโดยดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นที่ร่วงลงกว่า 5.7% และดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ที่ลดลงถึง 8.8% จนต้องมีการระงับการซื้อขายชั่วคราว
สาเหตุหลักมาจากความกังวลว่าผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่พรรคเดโมแครตได้รับชัยชนะ อาจนำไปสู่การออกกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นในการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Centre) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอุตสาหกรรม AI นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการลงทุนมหาศาลใน AI ท่ามกลางต้นทุนการกู้ยืมที่ยังอยู่ในระดับสูง
ผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
หุ้นบริษัทผลิตชิปยักษ์ใหญ่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยในตลาดเอเชีย หุ้น Kioxia และ SoftBank ปรับตัวลดลงมากกว่า 10% ขณะที่ Samsung Electronics และ SK Hynix ปรับตัวลงราว 8-10% ส่วน TSMC ในไต้หวันปรับตัวลดลงสูงสุดถึง 8.5% ในระหว่างวัน
ความกังวลดังกล่าวยังลุกลามไปยังตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยดัชนี Nasdaq ปิดลบ 5.5% และ S&P 500 ลดลง 4.4% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 นักวิเคราะห์มองว่าแรงเทขายในครั้งนี้อาจรุนแรงเกินกว่าปัจจัยพื้นฐาน แต่ตลาดจำเป็นต้องรอสัญญาณความชัดเจนและเสถียรภาพก่อนการฟื้นตัว
ผลกระทบ เชิงลบ
ความกังวลเรื่องกฎระเบียบใหม่ของสหรัฐฯ กระทบต่อความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรม AI และชิปโดยตรง ซึ่งเป็นกลุ่มนำตลาดในช่วงที่ผ่านมา การเทขายในวงกว้างสะท้อนถึงความไม่มั่นใจในผลตอบแทนจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ในระยะสั้น
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ความคืบหน้ากฎระเบียบการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในสหรัฐฯ
- เสถียรภาพของดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน