ค่าขนส่ง FedEx และ UPS จ่อพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 4
ดัชนี TD Cowen/AFS ชี้ต้นทุนการขนส่งภาคพื้นดินและบริการด่วนเตรียมทะยานรับเทศกาล แม้ส่วนลดน้ำมันช่วยบรรเทาไปได้บ้างในไตรมาส 3
สรุปข่าว
ดัชนี TD Cowen/AFS Freight Index เปิดเผยว่า ต้นทุนการขนส่งสินค้าภาคพื้นดินของ FedEx และ UPS ในไตรมาส 3 ปรับตัวลดลง 2% จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซลที่อ่อนตัวลงช่วยลดภาระค่าธรรมเนียมน้ำมัน อย่างไรก็ตาม อัตราค่าขนส่งยังคงสูงกว่าระดับเดือนมกราคม 2018 อยู่ 38.8% และคาดว่าจะพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 43.3% ในไตรมาส 4 จากค่าธรรมเนียมช่วงวันหยุดและข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต
ในขณะเดียวกัน ต้นทุนการขนส่งแบบด่วนขยับขึ้นมาอยู่ที่ 17.1% ในไตรมาส 3 และคาดว่าจะแตะ 20.3% ในไตรมาส 4 จากความต้องการบริการที่รวดเร็วขึ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมสุขภาพ ทั้งนี้ ผู้ให้บริการทั้งสองรายยังคงใช้นโยบายให้ส่วนลดที่เน้นเจาะกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ที่มีปริมาณการขนส่งสูง เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้าย้ายไปใช้บริการคู่แข่ง
แรงกดดันจากค่าธรรมเนียมน้ำมัน
แม้ราคาน้ำมันดีเซลจะปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา แต่การปรับสูตรคำนวณค่าธรรมเนียมน้ำมันของ FedEx และ UPS ตั้งแต่ปี 2021 ทำให้ผู้ส่งสินค้ายังคงต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในระดับสูง ข้อมูลระบุว่า 72% ของการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมน้ำมันภาคพื้นดินมาจากการปรับโครงสร้างของผู้ให้บริการเอง
มิ้งชู เบตส์ หัวหน้านักวิเคราะห์ของ AFS Logistics ระบุว่า ต่อให้ราคาน้ำมันดีเซลกลับไปเท่ากับระดับในปี 2021 ผู้ส่งสินค้าก็ยังต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสูงกว่าเดิมราว 3 เท่า เนื่องจากโครงสร้างราคาที่เปลี่ยนไปทำให้การลดลงของราคาน้ำมันไม่สะท้อนเป็นส่วนลดที่แท้จริงสำหรับลูกค้า
ผลกระทบ เชิงลบ
ต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้นอาจกดดันอัตรากำไรของบริษัทขนส่ง หรือส่งผลให้ปริมาณการจัดส่งสินค้าชะลอตัวหากลูกค้าแบกรับต้นทุนไม่ไหว
สิ่งที่ต้องติดตาม
- การประกาศตัวเลขดัชนีค่าขนส่งไตรมาส 4
- ทิศทางราคาน้ำมันดีเซล
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน