อุตสาหกรรมเหล็กแคนาดาปรับตัวรับมือภาษีสหรัฐฯ หันเน้นตลาดในประเทศ
ผู้ผลิตเหล็กแคนาดาเร่งปรับกลยุทธ์ลดการพึ่งพาสหรัฐฯ หลังถูกขึ้นภาษี 50% โดยหันไปจับกลุ่มลูกค้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานและดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศแทน
สรุปข่าว
อุตสาหกรรมเหล็กของแคนาดากำลังปรับตัวครั้งใหญ่หลังจากที่สหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กจาก 25% เป็น 50% ในเดือนมิถุนายน 2025 ส่งผลให้การส่งออกไปยังสหรัฐฯ ลดลงถึง 60% อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตหันมาเน้นตลาดในประเทศมากขึ้น โดยสัดส่วนการใช้เหล็กที่ผลิตในแคนาดาเพิ่มขึ้นจาก 41% เป็น 51% ในปีที่ผ่านมา
รัฐบาลแคนาดาได้สนับสนุนผ่านสินเชื่อ 1 พันล้านดอลลาร์แคนาดาแก่ภาคอุตสาหกรรมหนัก เพื่อช่วยประคองธุรกิจในช่วงเปลี่ยนผ่าน ขณะที่โครงการขนาดใหญ่ในภาคตะวันตก เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ AI และท่อส่งน้ำมัน ช่วยกระตุ้นความต้องการเหล็กในประเทศให้เติบโตต่อเนื่อง
การปรับตัวของบริษัทในอุตสาหกรรม
บริษัทอย่าง Tenaris ได้ลงทุนกว่า 306 ล้านดอลลาร์แคนาดาเพื่อขยายฐานการผลิตในรัฐออนแทรีโอเพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมพลังงานในประเทศโดยเฉพาะ ขณะที่ Algoma ผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของแคนาดาได้ปรับกลยุทธ์เน้นการผลิตเหล็กแผ่นสำหรับโครงสร้างพื้นฐานและการป้องกันประเทศ เพื่อลดผลกระทบจากการสูญเสียตลาดสหรัฐฯ
แม้จะมีการเลิกจ้างงานเกิดขึ้นในช่วงแรก แต่ผู้บริหารในอุตสาหกรรมมองว่าโครงการที่อยู่ในแผนงานระยะยาวจะช่วยสนับสนุนความต้องการเหล็กในประเทศได้เพียงพอ อย่างไรก็ตาม สหภาพแรงงานยังเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการปกป้องตลาดเพิ่มเติมเพื่อลดการนำเข้าเหล็กจากต่างชาติ
ผลกระทบ เป็นกลาง
แม้จะได้รับผลกระทบจากภาษีสหรัฐฯ แต่การปรับตัวสู่ตลาดในประเทศและโครงการโครงสร้างพื้นฐานช่วยลดความเสี่ยงได้บางส่วน การประเมินจึงเป็นกลางจนกว่าจะเห็นผลประกอบการที่ชัดเจนขึ้น
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน