ยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลกดิ่งหนักรอบทศวรรษ เหตุราคาพุ่งจากวิกฤตชิป AI
IDC เผยยอดขายสมาร์ทโฟนไตรมาส 3 ลดลง 22% ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2013 หลังราคาชิปหน่วยความจำพุ่งสูงจากการแย่งชิงไปใช้ในดาต้าเซ็นเตอร์ AI
สรุปข่าว
ยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลกในไตรมาสที่ 3 ลดลงเหลือ 255 ล้านเครื่อง ซึ่งเป็นการลดลงถึง 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013 โดยสาเหตุหลักมาจากราคาชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 4 เท่าตัวในปีนี้ เนื่องจากความต้องการมหาศาลจากศูนย์ข้อมูล AI
ผู้ผลิตรายใหญ่ทั้ง Samsung และ Apple ต่างมียอดขายลดลง 5.8% และ 4% ตามลำดับ ขณะที่ผู้ผลิตรายย่อยที่เน้นตลาดราคาประหยัดได้รับผลกระทบหนักกว่ามาก เนื่องจากต้นทุนชิปหน่วยความจำซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของต้นทุนการผลิตสมาร์ทโฟนปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม
วิกฤตราคาชิปไม่ได้กระทบแค่สมาร์ทโฟน แต่ยังลามไปถึงอุตสาหกรรมวิดีโอเกม อุปกรณ์การแพทย์ และยานยนต์ ซึ่งต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหลายพันล้านดอลลาร์ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนหลายรายพยายามตรึงราคาไว้ในช่วงแรก แต่สุดท้ายต้องยอมปรับขึ้นราคาขายปลีก ส่งผลให้ผู้บริโภคตัดสินใจยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์เดิมนานขึ้น
IDC คาดการณ์ว่าแนวโน้มยอดขายที่ซบเซาจะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงปีหน้า เนื่องจากผู้ผลิตชิปอย่าง SK Hynix, Samsung และ Micron ให้ความสำคัญกับการผลิตชิปสำหรับระบบ AI ที่ทำกำไรได้สูงกว่า ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนชิปในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป
ผลกระทบ เชิงลบ
ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและยอดขายที่ลดลงส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรของผู้ผลิตสมาร์ทโฟน และสะท้อนถึงภาวะเงินเฟ้อในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยี
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน