รัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มสัดส่วนถือหุ้น GlobalFoundries พร้อมจับมือญี่ปุ่นสร้างโรงงานชิป
รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี Trump เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน GlobalFoundries เป็นเกือบ 8% และวางแผนร่วมทุนกับญี่ปุ่นสร้างโรงงานผลิตชิปมูลค่า 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์
สรุปข่าว
ประธานาธิบดี Trump ประกาศดีลใหญ่ร่วมกับ GlobalFoundries โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทเป็นเกือบ 8% ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 2 พันล้านดอลลาร์
ความร่วมมือนี้รวมถึงการจัดตั้งหน่วยงานพิเศษร่วมกับรัฐบาลญี่ปุ่นเพื่อสร้างโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ 2 แห่ง โดย GlobalFoundries จะรับหน้าที่เป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีและผู้ดำเนินงานโรงงานดังกล่าว
รายละเอียดการลงทุน
โครงการสร้างโรงงานผลิตชิปคาดว่าจะใช้เงินลงทุนสูงสุด 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยมีเงินลงทุนเริ่มต้นประมาณ 1 หมื่นล้านดอลลาร์จากความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น
โรงงานแห่งแรกมีกำหนดเริ่มเดินเครื่องผลิตในปี 2029 และแห่งที่สองในปี 2031 ซึ่งคาดว่าจะสร้างงานก่อสร้างกว่า 27,000 ตำแหน่ง และงานด้านการผลิตทักษะสูงอีกกว่า 1,000 ตำแหน่ง
กลยุทธ์การถือหุ้นของรัฐบาล
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลสหรัฐฯ ในการเข้าถือหุ้นบริษัทเอกชนเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมบริษัทกว่า 35 แห่งในหลายอุตสาหกรรม
แม้จะมีการวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มที่สนับสนุนกลไกตลาดเสรี แต่ประธานาธิบดี Trump ยังคงเดินหน้าดีลลักษณะนี้ต่อไป โดยมองว่าเป็นชัยชนะครั้งใหญ่สำหรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ผลกระทบ เชิงบวก
การได้รับเงินสนับสนุนและการร่วมทุนกับรัฐบาลช่วยเพิ่มความมั่นคงทางการเงินและขยายขีดความสามารถในการผลิตของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน