หุ้นกลุ่มชิปทั่วโลกดิ่งต่อเนื่อง นักลงทุนกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยและงบลงทุน AI
หุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกปรับตัวลงแรงต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 มูลค่าตลาดหายไปกว่า 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น
สรุปข่าว
ตลาดหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก โดยหุ้นยักษ์ใหญ่ในเอเชียอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ปรับตัวลงกว่า 6% ส่งผลให้ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ร่วงลงกว่า 6.5% นักลงทุนกังวลต่อแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนกันยายนพุ่งสูงขึ้นเร็วที่สุดในรอบ 5 เดือน
ความเชื่อมั่นในกลุ่ม AI เริ่มสั่นคลอนหลังจากหุ้น CoreWeave ปรับตัวลงแรงและราคาพันธบัตรสะท้อนภาวะวิกฤตทางการเงิน ทำให้ตลาดตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของการทุ่มงบลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI ท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นและมูลค่าหุ้นที่ตึงตัวเกินไป
ปัจจัยกดดันตลาด
นักวิเคราะห์มองว่าตลาดอยู่ในภาวะอ่อนแอและเหนื่อยล้าจากความผันผวน โดยคาดว่าแรงเทขายจะยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีความชัดเจนเรื่องทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐฯ และผลการเลือกตั้งกลางเทอม
แม้บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจะรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง แต่ก็ไม่สามารถดึงความเชื่อมั่นนักลงทุนกลับมาได้ เนื่องจากความกังวลเรื่องต้นทุนการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่สูงเกินคาดและภาวะเงินเฟ้อที่ยังไม่คลี่คลาย
ผลกระทบ เชิงลบ
แรงเทขายในกลุ่มชิปส่งผลกระทบต่อดัชนีหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ และสะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อต้นทุนการลงทุนใน AI ที่สูงเกินไปในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ผลประกอบการ TSMC
- ทิศทางดอกเบี้ย Fed
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน