อิหร่านกร้าวพร้อมยกระดับความขัดแย้งตอบโต้สหรัฐฯ หลังเหตุปะทะทางทะเลรุนแรง
เจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านยืนยันพร้อมทำสงครามเต็มรูปแบบหากสหรัฐฯ ยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและเรือบรรทุกน้ำมันของประเทศต่อไป
สรุปข่าว
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเข้าสู่เดือนที่ 7 โดยไม่มีสัญญาณคลี่คลาย ล่าสุดอิหร่านประกาศพร้อมยกระดับการตอบโต้ทางทหาร หลังสหรัฐฯ ทำลายเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน 5 ลำ และอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธ 20 ลูกใส่ฐานทัพในจอร์แดน
สถานการณ์ที่ตึงเครียดส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบ Brent ที่พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และปรับตัวสูงขึ้นกว่า 65% ในปีนี้ ขณะที่อิหร่านกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงด้วยอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงถึง 90% จากการถูกปิดล้อมทางทะเล
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและนโยบาย
การปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันของอิหร่านหยุดชะงักและค่าเงินเรียลอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว แม้จะมีแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหาศาล แต่ผู้นำอิหร่านยังคงเลือกที่จะเดินหน้าทำสงครามต่อไปเพราะมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความอยู่รอดของชาติ
ในฝั่งสหรัฐฯ ราคาน้ำมันดีเซลที่ทำสถิติสูงสุดสร้างแรงกดดันต่อประธานาธิบดี Donald Trump ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ โดยสหรัฐฯ พยายามหลีกเลี่ยงการทำสงครามเต็มรูปแบบเพื่อควบคุมราคาน้ำมัน แต่ยังคงใช้มาตรการบีบคั้นทางเศรษฐกิจเพื่อกดดันให้อิหร่านกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา
ผลกระทบ เชิงลบ
ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นส่งผลลบต่อตลาดพลังงานทั่วโลกและเพิ่มความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งกดดันบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นและเพิ่มต้นทุนการผลิตจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น
สิ่งที่ต้องติดตาม
- 3 พฤศจิกายน: การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
- ความเคลื่อนไหวราคาน้ำมันดิบ Brent
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน