Nike และ Lululemon เผชิญวิกฤตแบรนด์สูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้คู่แข่งรายย่อย
Nike เตรียมถูกถอดออกจากดัชนี S&P 100 หลังมูลค่าหุ้นดิ่งหนัก ขณะที่ Lululemon รายงานยอดขายไตรมาสสองลดลง 4% ท่ามกลางการแข่งขันจากแบรนด์เฉพาะทางที่รุนแรงขึ้น
สรุปข่าว
Nike และ Lululemon สองยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมชุดกีฬาและอุปกรณ์ออกกำลังกายกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญในการรักษาตำแหน่งผู้นำตลาด โดย Nike เตรียมถูกถอดออกจากดัชนี S&P 100 ในวันที่ 21 กันยายนนี้ หลังมูลค่าหุ้นลดลงกว่า 75% จากจุดสูงสุดในปี 2021
ในขณะเดียวกัน Lululemon รายงานผลประกอบการไตรมาสสองที่น่าผิดหวังด้วยยอดขายที่ลดลง 4% เหลือ 2.42 พันล้านดอลลาร์ และยอดขายสาขาเดิมลดลง 9% ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปี ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดจากคู่แข่งรายย่อยที่เน้นสินค้าเฉพาะทางมากขึ้น
แรงกดดันจากคู่แข่งรายใหม่
ความสำเร็จของแบรนด์อย่าง Hoka, On และ Salomon ในกลุ่มรองเท้าวิ่ง รวมถึงแบรนด์อย่าง Alo และ Vuori ในกลุ่มชุดออกกำลังกายระดับพรีเมียม กำลังแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจาก Nike และ Lululemon อย่างต่อเนื่อง
นักวิเคราะห์มองว่าปัญหาหลักคือการที่ทั้งสองบริษัทเป็นผู้นำตลาดที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างเกินไป ทำให้ยากต่อการป้องกันการรุกคืบของคู่แข่งที่เน้นนวัตกรรมและกลุ่มลูกค้าเฉพาะเจาะจงได้ทันท่วงที
กลยุทธ์การปรับตัว
ผู้บริหารของทั้งสองบริษัทกำลังเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อกอบกู้สถานการณ์ โดย Nike ภายใต้การนำของ CEO Elliott Hill กำลังปรับทิศทางจากการเน้นสินค้าไลฟ์สไตล์กลับมาสู่สินค้าที่เน้นกีฬาเป็นหลัก
ด้าน Lululemon ภายใต้การนำของ CEO คนใหม่ Heidi O'Neill มุ่งเน้นการลงทุนด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และการรักษาภาพลักษณ์แบรนด์ระดับพรีเมียมเพื่อดึงดูดลูกค้าเดิมและรับมือกับคู่แข่งที่คล่องตัวกว่า
ผลกระทบ เชิงลบ
ทั้งสองบริษัทกำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขันและส่วนแบ่งตลาดให้กับคู่แข่งรายย่อยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนผ่านผลประกอบการที่อ่อนแอและการถูกลดระดับดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ลดลง
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน