เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา ตั๋วช่วยเหลือ
AI ข่าวบริษัท เศรษฐกิจ

เตือนภัย AI พลิกโฉมการตั้งราคา หวั่นร้านค้าใช้ข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดราคาเฉพาะราย

ผู้เชี่ยวชาญชี้เทคโนโลยี AI อาจทำให้ยุคของป้ายราคาสินค้ามาตรฐานสิ้นสุดลง โดยร้านค้าอาจใช้ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคมาคำนวณราคาที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ภาพ: I ♥ Food from United States / Wikimedia Commons (CC BY 2.0) ดูต้นทาง

สรุปข่าว

การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการตั้งราคาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Pricing) กำลังกลายเป็นประเด็นถกเถียงในวงการค้าปลีก โดยร้านค้าอาจนำข้อมูลส่วนบุคคล เช่น พฤติกรรมการเลือกซื้อ รายได้ หรือที่อยู่อาศัย มาวิเคราะห์เพื่อกำหนดราคาที่ผู้บริโภคแต่ละรายยอมจ่ายสูงสุด แทนการใช้ราคามาตรฐานที่ติดไว้บนป้ายสินค้า

แนวทางนี้ต่อยอดมาจากระบบ Dynamic Pricing ที่ใช้ปรับราคาตามอุปสงค์และอุปทาน แต่ AI ช่วยให้ร้านค้าสามารถประมวลผลข้อมูลมหาศาลเพื่อตั้งราคาที่แตกต่างกันได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าอาจส่งผลกระทบต่อความโปร่งใสและสร้างความไม่เท่าเทียมให้กับผู้บริโภคในระยะยาว

ความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรม

รายงานจาก Groundwork Collaborative และ Consumer Reports ระบุว่าแพลตฟอร์ม Instacart เคยทดลองใช้ AI ปรับราคาสินค้าชนิดเดียวกันให้แตกต่างกันในกลุ่มลูกค้า ซึ่งผลการศึกษาพบว่าตะกร้าสินค้าอาจมีราคาสูงต่างกันถึง 23% อย่างไรก็ตาม Instacart ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาและยืนยันว่าจะยุติการใช้ AI เพื่อกำหนดราคาที่แตกต่างกันสำหรับสินค้าชนิดเดียวกันบนแพลตฟอร์มแล้ว

ในขณะเดียวกัน Walmart ตกเป็นเป้าของการตั้งคำถามจากงานวิจัยที่อ้างถึงการยื่นจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีการจัดทำโปรไฟล์ผู้ซื้อเพื่อปรับราคาตามสินค้าในตะกร้า แต่ทางผู้บริหารของ Walmart ได้ออกจดหมายปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าบริษัทไม่มีนโยบายใช้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือประวัติการซื้อมาตั้งราคาแบบเฉพาะบุคคลแต่อย่างใด

ผลกระทบ เชิงลบ

การนำ AI มาใช้ตั้งราคาแบบเฉพาะบุคคลอาจสร้างความไม่พอใจแก่ผู้บริโภคและนำไปสู่การตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในระยะยาวหากบริษัทถูกมองว่าเอาเปรียบลูกค้า

สิ่งที่ต้องติดตาม

  • การออกกฎระเบียบควบคุมการใช้ AI ในการตั้งราคา
  • การตอบสนองของผู้บริโภคต่อระบบราคาแบบไดนามิก

หุ้นที่เกี่ยวข้อง

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน