ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ กดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรป
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ตลาดหุ้นและพันธบัตรทั่วโลกปรับตัวลง
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน หลังกองทัพสหรัฐฯ ทำลายเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านเพื่อตอบโต้การโจมตีเรือรบสหรัฐฯ สร้างความกังวลต่ออุปทานพลังงานโลกและความเสี่ยงในการปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์สปรับตัวลดลง 0.6% ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปดิ่งลงกว่า 1.5% เนื่องจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 4.812%
ผลกระทบต่อตลาดการเงิน
ตลาดหุ้นยุโรปได้รับผลกระทบหนักที่สุดเนื่องจากมีโครงสร้างเศรษฐกิจที่อิงกับวัฏจักรพลังงานสูงกว่าภูมิภาคอื่น ส่งผลให้ดัชนี Stoxx 600 ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ หลังรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ แสดงท่าทีคุมเข้มต่อการเก็งกำไรค่าเงิน ส่วนราคาบิตคอยน์ยังคงทรงตัวและเผชิญแรงต้านที่ระดับ 80,000 ดอลลาร์
ผลกระทบ เชิงลบ
ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นเป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้นเนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน รวมถึงกดดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน