Stellantis ยันไม่ปิดโรงงานในยุโรป หันจับมือพันธมิตรจีนเพิ่มกำลังผลิต
Stellantis เผชิญปัญหาภาวะกำลังผลิตส่วนเกินในยุโรป เตรียมใช้กลยุทธ์ร่วมมือกับค่ายรถจีนอย่าง Leapmotor และ Dongfeng เพื่อใช้ประโยชน์จากโรงงานเดิมให้คุ้มค่าที่สุด
สรุปข่าว
Antonio Filosa ซีอีโอของ Stellantis เปิดเผยในงาน Paris Automotive Summit ว่าบริษัทกำลังเผชิญกับความท้าทายจากกำลังการผลิตที่ล้นเกินในยุโรป แต่ยืนยันว่าไม่มีแผนปิดโรงงานใดๆ โดยจะใช้วิธีแบ่งปันฐานการผลิตและร่วมมือกับพันธมิตรจากจีนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
กลยุทธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของแผน FaSTLAne 2030 ที่ตั้งงบลงทุนรวม 60 พันล้านยูโร โดยมุ่งเน้นการใช้แพลตฟอร์มร่วมกันและการพัฒนาเทคโนโลยีข้ามแบรนด์ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
การปรับตัวสู่รถยนต์ไฟฟ้า
Stellantis เตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มระดับโลก Stla One ซึ่งจะเริ่มใช้กับแบรนด์ Peugeot เป็นแห่งแรกก่อนขยายไปยังภูมิภาคอื่น นอกจากนี้บริษัทยังให้ความสำคัญกับการสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่เพิ่มเติมในยุโรป เพื่อรองรับความต้องการและให้สอดคล้องกับกฎระเบียบการผลิตในภูมิภาค
ซีอีโอของบริษัทยังเรียกร้องให้สหภาพยุโรปเร่งหาข้อสรุปเรื่องกฎระเบียบการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อให้ผู้ผลิตรถยนต์มีความชัดเจนในการวางแผนลงทุนระยะยาวและรักษาความสามารถในการแข่งขัน
ผลกระทบ เป็นกลาง
แม้การไม่ปิดโรงงานจะเป็นผลดีต่อการจ้างงาน แต่การพึ่งพาพันธมิตรจีนและต้นทุนการลงทุนที่สูงในรถยนต์ไฟฟ้ายังคงเป็นความท้าทายที่ต้องพิสูจน์ผลลัพธ์ในระยะยาว
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ความคืบหน้าแผน FaSTLAne 2030
- กฎระเบียบการปล่อยก๊าซ CO2 ของยุโรป
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน