หุ้นเอเชียร่วงยกแผง รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันพุ่งและกังวลผลประกอบการ
ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงนำโดยกลุ่มเทคโนโลยี หลังราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งใกล้แตะ 105.9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
สรุปข่าว
ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเผชิญแรงเทขายอย่างหนักในวันอังคาร โดยดัชนี MSCI Asia-Pacific ไม่รวมญี่ปุ่นปรับตัวลดลง 2% ขณะที่ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงลงถึง 6% และ Nikkei ของญี่ปุ่นปรับตัวลดลง 2.6%
ปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและเงินเฟ้อ ทำให้เกิดแรงขายในหุ้นกลุ่มเติบโตสูงโดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีตามทิศทางของดัชนี Nasdaq ในสหรัฐฯ
จับตาผลประกอบการธนาคารสหรัฐฯ
นักลงทุนกำลังจับตาการรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ของธนาคารยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ได้แก่ JPMorgan Chase, Goldman Sachs, Citigroup และ Wells Fargo เพื่อประเมินผลกระทบจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้น
ตลาดต้องการเห็นสัญญาณว่าภาคครัวเรือนยังคงมีความสามารถในการชำระหนี้และมีการใช้จ่ายที่แข็งแกร่งเพียงใด ท่ามกลางภาวะต้นทุนการกู้ยืมที่อยู่ในระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ
ผลกระทบ เชิงลบ
ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากราคาพลังงานและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่อาจไม่เป็นไปตามคาด ส่งผลกระทบเชิงลบต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน