ค้าปลีกสหรัฐฯ แห่ลดจำนวนสินค้าในสต็อก หวังเพิ่มกำไรท่ามกลางกำลังซื้อชะลอตัว
Lululemon และ Under Armour ปรับลด SKU เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไร หลังผู้บริโภคเผชิญภาวะเงินเฟ้อ
สรุปข่าว
บริษัทค้าปลีกรายใหญ่ในสหรัฐฯ อาทิ Lululemon, Under Armour, Dollar General และ BJ's Wholesale Club กำลังปรับลดจำนวนรายการสินค้า (SKU) ลงอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อเพิ่มอัตรากำไรและบริหารจัดการงบดุลให้คล่องตัวขึ้น
แนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค ทำให้บริษัทต้องหันมาเน้นการบริหารจัดการสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการเพิ่มจำนวนสินค้าให้หลากหลายเกินความจำเป็น
กลยุทธ์การปรับตัวของแบรนด์
Under Armour ระบุว่าได้ลดจำนวน SKU ลงแล้ว 25% และมีแผนจะลดเพิ่มอีก 25% โดยมุ่งเน้นการขายสินค้าคุณภาพสูงในราคาเต็มแทนการจัดโปรโมชั่นลดราคา ขณะที่ Lululemon ได้ปรับลด SKU ในอเมริกาเหนือลง 15% หลังจากผลประกอบการไตรมาสล่าสุดมียอดขายลดลงและต้องปรับลดคาดการณ์กำไรทั้งปี
ในขณะเดียวกัน กลุ่มค้าปลีกขนาดใหญ่อย่าง BJ's Wholesale Club ใช้กลยุทธ์นี้เพื่อเพิ่มพื้นที่บนชั้นวางและลดความซ้ำซ้อนของสินค้า เพื่อให้สามารถนำเสนอสินค้าหมวดหมู่ใหม่ที่ทำกำไรได้ดีกว่าเข้ามาแทนที่
ผลกระทบ เป็นกลาง
การลด SKU เป็นกลยุทธ์ระยะสั้นเพื่อประคองกำไร แต่มีความเสี่ยงหากลดสินค้ามากเกินไปจนลูกค้าหันไปหาคู่แข่งแทน จึงต้องติดตามผลลัพธ์ในไตรมาสถัดไป
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน