เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา ตั๋วช่วยเหลือ
ข่าวบริษัท เศรษฐกิจ

ยอดขายเครื่องเกมทั่วโลกดิ่งต่ำสุดในรอบ 13 ปี หลังผู้ผลิตปรับราคาขึ้นจากวิกฤตชิป

ยอดขายฮาร์ดแวร์เกมในเดือนสิงหาคมลดลง 15% เมื่อเทียบรายปี หลัง Sony, Microsoft และ Nintendo ปรับราคาคอนโซลขึ้นเพื่อรับมือต้นทุนชิ้นส่วนและภาษีนำเข้า

ภาพ: Akonnchiroll / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0) ดูต้นทาง

สรุปข่าว

อุตสาหกรรมวิดีโอเกมกำลังเผชิญกับภาวะชะลอตัวครั้งใหญ่ จากปัญหาขาดแคลนหน่วยความจำและชิ้นส่วนจัดเก็บข้อมูลทั่วโลก ส่งผลให้ผู้ผลิตรายใหญ่ต้องปรับขึ้นราคาคอนโซลอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจาก Circana ระบุว่ายอดขายฮาร์ดแวร์เกมในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาทำสถิติต่ำสุดในรอบ 13 ปี โดยยอดใช้จ่ายรวมลดลง 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

การปรับขึ้นราคาครอบคลุมทุกค่ายหลัก อาทิ PlayStation 5 ของ Sony ที่ปรับราคาขึ้นหลายรุ่น รวมถึงรุ่น Pro ที่ขยับไปถึง 899 ดอลลาร์ เช่นเดียวกับ Xbox ของ Microsoft และ Switch ของ Nintendo ที่ปรับราคาขึ้นเพื่อชดเชยต้นทุนส่วนประกอบและผลกระทบจากกำแพงภาษี นอกจากนี้ยังเริ่มพบปัญหาการขาดแคลนสินค้าในบางรุ่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อของผู้บริโภคในระยะยาว

ผลกระทบต่อตลาดเกม

นักวิเคราะห์จาก Circana ชี้ว่าราคาที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ยอดขายเครื่องเกมลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มชะลอการตัดสินใจซื้อเนื่องจากราคาปัจจุบันสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับราคาเปิดตัวเดิมในช่วงหลายปีก่อน

สถานการณ์ดังกล่าวกำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าจะส่งผลต่อการเปิดตัวเกมฟอร์มยักษ์อย่าง Grand Theft Auto VI หรือไม่ แม้คาดว่าเกมนี้จะช่วยกระตุ้นยอดขายเครื่องเกมได้บ้าง แต่ราคาคอนโซลที่พุ่งสูงขึ้นอาจทำให้ผู้เล่นใหม่ตัดสินใจยากขึ้น และอาจเกิดภาวะสินค้าขาดแคลนหากปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วน RAM ยังไม่คลี่คลาย

ผลกระทบ เชิงลบ

การปรับขึ้นราคาคอนโซลส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายฮาร์ดแวร์และอาจลดโอกาสในการเข้าถึงฐานลูกค้าใหม่ ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทผู้ผลิตเกมในระยะยาว

หุ้นที่เกี่ยวข้อง

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน