ต้นทุนเลี้ยงดูบุตรพุ่ง 60% ใน 8 ปี กดดันอัตราการเกิดในสหรัฐฯ
ข้อมูลจาก LendingTree เผยค่าใช้จ่ายพื้นฐานสำหรับครอบครัวที่มีบุตรเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้เฉลี่ย ส่งผลให้เกิดวิกฤตความสามารถในการจ่ายและอัตราการเกิดลดลง
สรุปข่าว
ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรในสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยระหว่างปี 2016 ถึง 2024 ค่าใช้จ่ายพื้นฐานทั้งที่อยู่อาศัย การขนส่ง และอาหารเพิ่มขึ้นถึง 60% ในขณะที่รายได้เฉลี่ยของครอบครัวเพิ่มขึ้นเพียง 45% เท่านั้น ส่งผลให้ภาระค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มต่อปีสำหรับครัวเรือนที่มีบุตรพุ่งสูงขึ้นจาก 18,000 ดอลลาร์ เป็น 29,000 ดอลลาร์
วิกฤตค่าครองชีพนี้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้อัตราการเจริญพันธุ์ในสหรัฐฯ ลดลงเหลือ 1.6 ในปี 2024 จาก 1.8 ในปี 2016 โดยผลสำรวจระบุว่าพ่อแม่จำนวนมากต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบากระหว่างการจ่ายค่ารักษาพยาบาลหรือค่าอาหาร กับการแบกรับค่าใช้จ่ายในการดูแลเด็กที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 6,000 ดอลลาร์ต่อปี
ผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจ
ความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยสัดส่วนผู้ที่มองว่าค่าใช้จ่ายเป็นปัญหาหลักเพิ่มขึ้นจาก 33% ในปี 2023 เป็น 49% ในปี 2025
สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่กระทบต่อครอบครัวรายได้น้อย แต่ยังเริ่มส่งผลต่อครอบครัวรายได้สูงขึ้นเนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและราคาที่อยู่อาศัย ทำให้เกิดการเรียกร้องให้ภาครัฐออกมาตรการสนับสนุน เช่น การลาเพื่อดูแลครอบครัวแบบได้รับค่าจ้างและการอุดหนุนค่าดูแลเด็ก
ผลกระทบ เชิงลบ
สะท้อนถึงภาวะเงินเฟ้อที่กัดกินกำลังซื้อของครัวเรือนและเป็นปัจจัยลบต่อการบริโภคในระยะยาว รวมถึงเป็นความเสี่ยงต่อโครงสร้างประชากรในอนาคต
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน