อุตสาหกรรมแฟชั่นโลกแห่ใช้โพลีเอสเตอร์พุ่ง 59% หวังลดต้นทุนการผลิต
รายงานจาก Textile Exchange เผยโพลีเอสเตอร์กลายเป็นเส้นใยหลักของโลกแทนที่ฝ้าย เนื่องจากมีราคาถูกกว่าและช่วยรักษาอัตรากำไรให้แบรนด์เสื้อผ้า
สรุปข่าว
โพลีเอสเตอร์ครองสัดส่วนถึง 59% ของเส้นใยที่ผลิตทั่วโลกในปี 2024 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าฝ้ายกว่าครึ่งหนึ่ง โดยแบรนด์เสื้อผ้าตั้งแต่ระดับกลางถึงหรูหราต่างหันมาใช้เส้นใยสังเคราะห์เพื่อควบคุมต้นทุนท่ามกลางการแข่งขันด้านราคา
ผู้ผลิตรายใหญ่ในจีนอย่าง Hengli และ Rongsheng ได้ปรับบทบาทสู่การเป็นผู้ผลิตปิโตรเคมีครบวงจร ทำให้สามารถกดราคาเส้นใยให้ต่ำลงได้อีก ส่งผลให้ผู้ผลิตเสื้อผ้าทั่วโลกเปลี่ยนมาใช้โพลีเอสเตอร์มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ความท้าทายด้านคุณภาพ
แม้แบรนด์แฟชั่นจะพยายามหันไปใช้โพลีเอสเตอร์รีไซเคิลเพื่อภาพลักษณ์ความยั่งยืน แต่ข้อมูลระบุว่าส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาเส้นใยสังเคราะห์ใหม่ในปริมาณสูง ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของเสื้อผ้าที่ลดลงจนผู้บริโภคเริ่มสังเกตเห็น
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าสัดส่วนการใช้เส้นใยสังเคราะห์จะเพิ่มขึ้นแตะ 73% ภายในปี 2030 เนื่องจากข้อจำกัดด้านปริมาณการผลิตฝ้ายธรรมชาติที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดโลก
ผลกระทบ เป็นกลาง
สะท้อนแนวโน้มการลดต้นทุนของบริษัทค้าปลีกเสื้อผ้า ซึ่งอาจส่งผลดีต่อกำไรในระยะสั้น แต่มีความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ความยั่งยืนในระยะยาว
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน