เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา ตั๋วช่วยเหลือ
เศรษฐกิจ Fed การเมือง

ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 105 ดอลลาร์ หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง

ราคาน้ำมัน Brent และ WTI ปรับตัวสูงขึ้นจากความกังวลเรื่องการโจมตีอิหร่านและพายุโซนร้อนที่กำลังเข้าใกล้แหล่งผลิตในอ่าวเม็กซิโก

ภาพ: Michael Pointner / Pexels ดูต้นทาง

สรุปข่าว

ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวสูงขึ้นเกิน 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI ซื้อขายใกล้ระดับ 92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลว่าสหรัฐฯ อาจพิจารณาโจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม

นอกจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดน้ำมันยังได้รับแรงกดดันจากพายุโซนร้อนที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก ส่งผลให้บริษัท Chevron ต้องเริ่มอพยพพนักงานออกจากแท่นขุดเจาะนอกชายฝั่งเพื่อความปลอดภัย

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน

ต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะยังคงดำเนินนโยบายการเงินแบบตึงตัวต่อไปเพื่อสกัดเงินเฟ้อ โดยตลาดได้ตอบรับโอกาสการขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนธันวาคมไว้แล้ว

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 5.32% สะท้อนถึงความกังวลของนักลงทุนต่อภาวะเงินเฟ้อที่อาจยืดเยื้อจากราคาพลังงานที่ผันผวนและกำลังการกลั่นน้ำมันที่จำกัด

ผลกระทบ เชิงลบ

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยลบต่อต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพ ซึ่งจะกดดันให้ธนาคารกลางต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจ

สิ่งที่ต้องติดตาม

  • ทิศทางพายุโซนร้อนบริเวณอ่าวเม็กซิโก
  • ความเคลื่อนไหวทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
  • ตัวเลขเงินเฟ้อและนโยบายดอกเบี้ยของ Fed

หุ้นที่เกี่ยวข้อง

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน