เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา ตั๋วช่วยเหลือ
ด่วน เศรษฐกิจ Fed

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งรับแรงกดดันราคาน้ำมันพุ่ง-บอนด์ยีลด์แตะระดับสูงสุดรอบ 20 ปี

ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์สปรับตัวลดลงกว่า 500 จุด หลังความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซียหนุนราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ภาพ: Rafael Minguet Delgado / Pexels ดูต้นทาง

สรุปข่าว

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงเทขายอย่างหนักในการซื้อขายล่วงหน้า โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลดลงประมาณ 500 จุด หรือ 1% ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq-100 ปรับตัวลดลงเช่นกัน

ปัจจัยกดดันหลักมาจากราคาน้ำมันดิบ Brent ที่พุ่งขึ้นกว่า 5% ทะลุระดับ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่พุ่งแตะ 5.354% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ

ผลกระทบต่อตลาดโลก

ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) กลับมาสร้างความกดดันอีกครั้ง หลังผู้ว่าการ Fed ระบุว่าอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

ตลาดหุ้นยุโรปและเอเชียต่างปรับตัวลดลงตามทิศทางตลาดสหรัฐฯ โดยดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ปรับตัวลดลงนำตลาดที่ 2.62% ขณะที่นักลงทุนกำลังจับตาการรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งคาดว่าจะมีการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง

ผลกระทบ เชิงลบ

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้น สร้างความกังวลต่อต้นทุนภาคธุรกิจและภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งกดดันบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก

หุ้นที่เกี่ยวข้อง

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน