บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่สั่งหยุดผลิตในอ่าวเม็กซิโก รับมือพายุจ่อเข้าฝั่ง
Shell, Chevron และ BP เริ่มอพยพพนักงานและระงับการผลิตในแท่นขุดเจาะนอกชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก หลังพยากรณ์อากาศเตือนพายุอาจทวีความรุนแรงเป็นเฮอริเคนช่วงสุดสัปดาห์นี้
สรุปข่าว
บริษัทพลังงานรายใหญ่ของสหรัฐฯ เริ่มดำเนินมาตรการฉุกเฉินด้วยการปิดแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอ่าวเม็กซิโก เพื่อเตรียมรับมือกับพายุโซนร้อนที่คาดว่าจะทวีความรุนแรงเป็นเฮอริเคนภายในสิ้นสัปดาห์นี้ โดย Shell ได้สั่งอพยพพนักงานออกจากแท่นขุดเจาะ 5 แห่ง ขณะที่ Chevron ระงับการผลิตในแท่นขุดเจาะ 4 แห่ง และ BP ได้เริ่มอพยพพนักงานออกจากพื้นที่ปฏิบัติการนอกชายฝั่งแล้วเช่นกัน
พื้นที่อ่าวเม็กซิโกถือเป็นแหล่งผลิตน้ำมันสำคัญของสหรัฐฯ โดยมีสัดส่วนการผลิตน้ำมันดิบประมาณ 15% และก๊าซธรรมชาติ 5% ของปริมาณการผลิตรวมทั้งประเทศ การหยุดชะงักของกิจกรรมการผลิตในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดพลังงานโลกกำลังเผชิญกับภาวะตึงตัวของอุปทานเชื้อเพลิง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน
นักอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าพายุลูกนี้จะเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งสหรัฐฯ ในวันเสาร์ โดยมีความเสี่ยงที่จะสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน หากพายุเคลื่อนตัวเข้าใกล้พื้นที่โรงกลั่นน้ำมันบริเวณชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก อาจส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตเชื้อเพลิงที่ปัจจุบันกำลังทำงานเต็มกำลังเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด
ความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันที่ลดลงจากการปิดแท่นขุดเจาะ ผนวกกับสถานการณ์ความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซียที่มีรายงานการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน อาจเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นในระยะสั้น นักลงทุนจึงต้องจับตาดูทิศทางความรุนแรงของพายุและผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงกลั่นในพื้นที่ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
ผลกระทบ เชิงลบ
การหยุดผลิตน้ำมันในแหล่งสำคัญของสหรัฐฯ ส่งผลลบต่อปริมาณอุปทานในตลาดโลก และอาจกดดันให้ราคาน้ำมันผันผวนสูงขึ้นในช่วงที่ตลาดกำลังตึงตัว
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ความคืบหน้าเส้นทางพายุในช่วงสุดสัปดาห์
- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในอ่าวเม็กซิโกหลังพายุผ่านไป
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน