ความต้องการรถยนต์ไฮบริดในสหรัฐฯ พุ่งสูง แซงหน้ากำลังการผลิต
ผู้บริโภคชาวอเมริกันหันมาสนใจรถยนต์ไฮบริดเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้สต็อกสินค้าในดีลเลอร์ลดลงอย่างรวดเร็ว สวนทางกับยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่ชะลอตัว
สรุปข่าว
ผลสำรวจจาก Cars.com ระบุว่าผู้บริโภคชาวอเมริกัน 25% สนใจซื้อรถยนต์ไฮบริด แต่ปัจจุบันรถยนต์ประเภทนี้มีสัดส่วนเพียง 1 ใน 8 ของรถยนต์ใหม่ในตลาด ความต้องการที่สูงขึ้นทำให้ระยะเวลาการจอดรอขายในดีลเลอร์ลดลงเหลือเพียง 46 วันในเดือนสิงหาคม ซึ่งเร็วกว่าค่าเฉลี่ยรถยนต์รวมที่ 73 วัน
ค่ายรถยนต์อย่าง Hyundai และ Kia รายงานยอดขายรถยนต์ไฮบริดทำสถิติสูงสุดในไตรมาสที่ 3 โดยยอดขายของ Kia พุ่งขึ้นถึง 152% ในเดือนกันยายน ปัจจัยสำคัญมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคเลือกใช้ไฮบริดเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายแทนการเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
ผลกระทบจากราคาน้ำมันและภาษี
ราคาน้ำมันเฉลี่ยในสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 4.46 ดอลลาร์ต่อแกลลอนในช่วงกลางเดือนกันยายน ส่งผลให้รถยนต์ไฮบริดกลายเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการลดความเสี่ยงจากราคาเชื้อเพลิง
ในขณะเดียวกัน ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเผชิญความท้าทายหลังมาตรการลดหย่อนภาษี 7,500 ดอลลาร์สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2025 ทำให้ผู้ผลิตต้องปรับกลยุทธ์ด้านราคาและผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับความต้องการในยุคที่ไม่มีสิทธิประโยชน์ทางภาษี
ผลกระทบ เชิงบวก
เป็นผลดีต่อผู้ผลิตรถยนต์ที่มีสัดส่วนยอดขายรถยนต์ไฮบริดสูง เช่น Hyundai และ Kia เนื่องจากความต้องการที่แข็งแกร่งช่วยสนับสนุนยอดขายและลดระยะเวลาการระบายสต็อกสินค้า
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ยอดขายรถยนต์ไฮบริดรายไตรมาส
- ราคาน้ำมันในสหรัฐฯ
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน