ยอดใช้จ่ายสินค้าหรูในสหรัฐฯ แผ่วต่อเนื่อง 3 เดือนก่อนเลือกตั้งกลางเทอม
ข้อมูลบัตรเครดิตจาก Citi เผยยอดซื้อสินค้าแบรนด์เนมในสหรัฐฯ ลดลง 6% ในเดือนกันยายน ท่ามกลางความกังวลด้านเศรษฐกิจและการเมือง
สรุปข่าว
ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในกลุ่มสินค้าหรูหราของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน โดยในเดือนกันยายนมียอดซื้อลดลง 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า หลังจากที่ลดลง 4% ในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความอ่อนแอในตลาดสินค้าหรูที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนเข้าสู่ช่วงการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน ซึ่งมักส่งผลให้ผู้บริโภคและภาคธุรกิจชะลอการใช้จ่ายเนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมือง
ผลกระทบต่อแบรนด์สินค้าหรู
แบรนด์ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการชะลอตัวในสหรัฐฯ ได้แก่ Tapestry เจ้าของแบรนด์ Coach และ Kate Spade รวมถึงกลุ่ม LVMH และ Ferragamo โดยนักวิเคราะห์จาก Citi ระบุว่าสินค้าประเภทเครื่องหนังและเสื้อผ้าสำเร็จรูปเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวเล็กน้อย
ในทางกลับกัน ยอดขายในกลุ่มนาฬิกาและเครื่องประดับหรูหรายังคงปรับตัวแย่ลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าผู้ผลิตกลุ่มนี้จะมีการปรับขึ้นราคาสินค้าในช่วงปีที่ผ่านมาก็ตาม
มุมมองต่อเศรษฐกิจและผลประกอบการ
นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley คาดการณ์ว่าการชะลอตัวของกำลังซื้อในสหรัฐฯ จะทำให้แบรนด์สินค้าหรูเผชิญความยากลำบากในการกลับมาเติบโตอีกครั้ง หลังจากหดตัวต่อเนื่องมาเป็นเวลา 2 ปี
ตลาดกำลังจับตาการรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ โดย LVMH จะเป็นบริษัทแรกที่รายงานตัวเลขยอดขาย ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญของอุตสาหกรรมสินค้าหรูทั่วโลก
ผลกระทบ เชิงลบ
การชะลอตัวของยอดใช้จ่ายในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดหลักของสินค้าหรู ส่งผลลบต่อรายได้และกำไรของบริษัทในกลุ่มนี้โดยตรง โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดจีนยังคงมีความอ่อนแอ
สิ่งที่ต้องติดตาม
- 12 ตุลาคม: LVMH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3
- 22 ตุลาคม: Kering รายงานผลประกอบการ
- 3 พฤศจิกายน: การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน