CSL จับมือ Alentis พัฒนายาใหม่รักษาโรคไตและตับหายาก
CSL ทุ่มเงินก้อนแรก 355 ล้านดอลลาร์ ร่วมมือ Alentis พัฒนาและทำตลาด lixudebart ยาตัวใหม่สำหรับรักษาโรคไตและตับอักเสบเรื้อรัง
สรุปข่าว
CSL บริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ระดับโลก ประกาศความร่วมมือกับ Alentis Therapeutics เพื่อร่วมกันพัฒนาและทำตลาด lixudebart ยาในกลุ่ม monoclonal antibody ที่มุ่งเป้าไปที่ claudin-1 เพื่อรักษาโรคไตและตับหายากหลายชนิด โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดอักเสบ ANCA-associated vasculitis (AAV-RPGN) ซึ่งเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองที่รุนแรง
ภายใต้ข้อตกลงนี้ CSL จะจ่ายเงินก้อนแรกให้แก่ Alentis จำนวน 355 ล้านดอลลาร์ และอาจจ่ายเพิ่มอีกสูงสุด 1.2 พันล้านดอลลาร์ตามความสำเร็จเชิงพาณิชย์ พร้อมทั้งรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดลองทางคลินิกทั้งหมด โดยทั้งสองบริษัทจะแบ่งกำไรจากการขายทั่วโลกในสัดส่วน CSL 55% และ Alentis 45%
ศักยภาพของยา lixudebart
ยา lixudebart มีกลไกการออกฤทธิ์ที่ช่วยลดการอักเสบและยับยั้งการเกิดพังผืดในอวัยวะ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดลองทางคลินิกในระยะที่ 2 สำหรับผู้ป่วยโรคไตอักเสบ AAV-RPGN
นอกจากโรคไตแล้ว บริษัทมีแผนจะขยายการใช้งานยาตัวนี้เพื่อรักษาโรคไตเรื้อรังชนิด FSGS และโรคตับอักเสบเรื้อรังชนิด PSC ซึ่งถือเป็นกลุ่มโรคที่ยังมีความต้องการทางการแพทย์สูงและยังไม่มีทางเลือกในการรักษาที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
ผลกระทบ เชิงบวก
ความร่วมมือนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ด้านโรคไตของ CSL และเป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจผ่านการเข้าถึงนวัตกรรมยาใหม่ที่มีศักยภาพสูง ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ในระยะยาวหากการทดลองทางคลินิกประสบความสำเร็จ
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ผลการทดลองทางคลินิกในระยะที่ 2 และ 3 ของยา lixudebart
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน