คนอเมริกันลดการออมเพื่อเกษียณ เหตุค่าครองชีพพุ่งสูง
รายงานจาก Goldman Sachs เผยแรงงานกว่า 1 ใน 3 ต้องหันไปรับงานเสริมเพื่อประคองค่าใช้จ่ายรายเดือน ส่งผลให้ยอดเงินสมทบเข้ากองทุนเกษียณอายุลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
สรุปข่าว
รายงานจาก Goldman Sachs Asset Management ระบุว่าแรงงานชาวอเมริกันกำลังเผชิญกับภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้นจนต้องลดการออมเพื่อเกษียณอายุลง โดยผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 1 ใน 3 และเกือบครึ่งหนึ่งของกลุ่ม Gen X ยอมรับว่ารายได้จากงานหลักเพียงพอแค่ค่าใช้จ่ายรายวันเท่านั้น
สถานการณ์ดังกล่าวบีบให้แรงงานกว่า 60% ต้องหางานเสริมหรือรับงานสัญญาจ้างเพิ่มเติมเพื่อนำเงินมาจ่ายบิลค่าใช้จ่าย ส่งผลให้สัดส่วนผู้ที่เพิ่มเงินออมเพื่อเกษียณลดลงเหลือ 39% ในปี 2026 จากเดิม 55% ในปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นการลดลงรายปีที่มากที่สุดในรอบ 6 ปี
ผลกระทบต่อแผนเกษียณ
ค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เช่น ค่าที่อยู่อาศัยและหนี้สิน กลายเป็นภาระที่ต้องจ่ายก่อนการออมเสมอ ทำให้การวางแผนเกษียณถูกละเลยไปโดยปริยาย
ข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่าผู้คนส่วนใหญ่คาดว่าจะต้องทำงานนานขึ้นกว่าที่วางแผนไว้ เนื่องจากความกังวลเรื่องความมั่นคงทางการเงิน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีการวางแผนเกษียณอย่างเป็นระบบยังคงมีแนวโน้มที่จะมีเงินออมตามเป้าหมายมากกว่าผู้ที่ไม่มีแผนถึง 2 เท่า
ผลกระทบ เชิงลบ
การที่แรงงานลดการออมเพื่อเกษียณและต้องพึ่งพางานเสริมสะท้อนถึงกำลังซื้อที่ตึงตัวและภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนที่เปราะบาง ซึ่งอาจส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคในระยะยาว
สิ่งที่ต้องติดตาม
- อัตราการออมส่วนบุคคล (Personal Saving Rate)
- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน