เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา ตั๋วช่วยเหลือ
ข่าวบริษัท เศรษฐกิจ

ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ พุ่งทะลุ 5% กดดันหุ้นปันผล แต่กลุ่มพลังงานยังน่าสนใจ

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่พุ่งแตะ 5.2% และราคาน้ำมันที่สูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กำลังสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นและท้าทายความน่าสนใจของหุ้นปันผล

ภาพ: Mat / Pexels ดูต้นทาง

สรุปข่าว

ตลาดการเงินกำลังเผชิญกับความผันผวนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้นทะลุระดับ 5% และราคาน้ำมันดิบที่พุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้นักลงทุนหันไปให้ความสนใจกับสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น

ภาวะดังกล่าวสร้างแรงกดดันต่อหุ้นปันผล เนื่องจากนักลงทุนมีทางเลือกอื่นที่ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกันโดยมีความเสี่ยงต่ำกว่า เช่น พันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้เอกชนคุณภาพสูง อย่างไรก็ตาม หุ้นในกลุ่มพลังงานยังคงมีความโดดเด่นจากกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งและอัตราการจ่ายปันผลที่จูงใจ

ผลกระทบต่อหุ้นปันผล

เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นและระยะยาวปรับตัวสูงขึ้น หุ้นปันผลจึงต้องแข่งขันกับสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุน

นักลงทุนควรระมัดระวังความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย หากถือครองพันธบัตรจนครบกำหนดจะได้รับผลตอบแทนตามที่ระบุไว้ แต่หากขายก่อนกำหนดอาจได้รับผลกระทบจากราคาตลาดที่ผันผวนตามทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต

โอกาสในกลุ่มพลังงาน

หุ้นกลุ่มพลังงานกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจท่ามกลางราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง โดยบริษัทอย่าง Chevron (CVX) มีอัตราปันผลที่น่าสนใจและราคาหุ้นปรับตัวขึ้นกว่า 35% ตั้งแต่ต้นปี

นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจขนส่งและจัดเก็บพลังงาน (Midstream) เช่น Energy Transfer (ET) และ Enterprise Products (EPD) ยังได้รับอานิสงส์จากการส่งออกพลังงานของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกไปยังประเทศผู้นำเข้าพลังงานรายใหญ่อย่างอินเดีย

ผลกระทบ เป็นกลาง

ภาวะดอกเบี้ยสูงเป็นลบต่อตลาดหุ้นโดยรวมเนื่องจากต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น แต่เป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานที่มีกระแสเงินสดดีและจ่ายปันผลสูง ซึ่งช่วยชดเชยความเสี่ยงจากตลาดหุ้นผันผวนได้

สิ่งที่ต้องติดตาม

  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี
  • ราคาน้ำมันดิบโลก

หุ้นที่เกี่ยวข้อง

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน