ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นเล็กน้อย หลังจีนระงับส่งออกเชื้อเพลิงและสถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด
ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางความกังวลเรื่องอุปทานโลกที่ตึงตัว จากการจำกัดการส่งออกของจีนและการเคลื่อนไหวทางทหารของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.28% อยู่ที่ 102.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI เพิ่มขึ้น 0.29% อยู่ที่ 93.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตลาดได้รับแรงหนุนจากรายงานข่าวที่ว่าจีนระงับการส่งออกเชื้อเพลิงในช่วงวันหยุดยาว และสหรัฐฯ กำลังส่งกองกำลังทหารและเรือบรรทุกเครื่องบินเพิ่มเติมไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง
ความกังวลเรื่องภาวะขาดแคลนพลังงานทั่วโลกทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากมีรายงานว่าสหรัฐฯ กดดันให้ประเทศในยุโรปนำคลังสำรองน้ำมันดีเซลฉุกเฉินออกมาใช้ เพื่อบรรเทาปัญหาราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น โดยมีรายงานว่าสหรัฐฯ ได้ขอให้สหภาพยุโรปปล่อยน้ำมันดีเซลรวม 120 ล้านบาร์เรลในช่วง 6 เดือนข้างหน้า
ปัจจัยกดดันอุปทานและภูมิรัฐศาสตร์
สถานการณ์ในตะวันออกกลางมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น หลังจากมีรายงานว่าสหรัฐฯ เตรียมส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สามและกองกำลังทหารเพิ่มอีก 10,000 นายไปยังพื้นที่ดังกล่าว ท่ามกลางท่าทีของประธานาธิบดี Donald Trump ที่พิจารณาการกลับมาใช้มาตรการโจมตีอิหร่านอีกครั้ง
ในฝั่งของจีน การจำกัดการส่งออกเชื้อเพลิงเหลวเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดกังวล โดยจีนยังไม่ได้อนุมัติโควตาการส่งออกน้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน และน้ำมันอากาศยานให้แก่โรงกลั่นรายใหญ่สำหรับเดือนตุลาคม ซึ่งความชัดเจนเรื่องการอนุญาตส่งออกอาจต้องรอหลังสิ้นสุดวันหยุดยาวในวันที่ 7 ตุลาคมนี้
ผลกระทบ เชิงบวก
ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นผลดีต่อกลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม เนื่องจากราคาขายผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้นช่วยเพิ่มรายได้และกำไรของบริษัทในกลุ่มพลังงาน
สิ่งที่ต้องติดตาม
- 7 ตุลาคม: ความชัดเจนเรื่องนโยบายการส่งออกเชื้อเพลิงของจีน
- สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและท่าทีของสหรัฐฯ
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน