ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลง หลังสต็อกสหรัฐฯ พุ่งและอุปทานจากอ่าวเปอร์เซียฟื้นตัว
ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวลดลงกว่า 1% หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกินคาด และการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลง โดย Brent อยู่ที่ 96.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI อยู่ที่ 89.18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่ปรับตัวสูงขึ้นในวันก่อนหน้า ปัจจัยกดดันหลักมาจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ที่ระบุว่าสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 922,000 บาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง
นอกจากนี้ อุปทานในตลาดโลกเริ่มผ่อนคลายลงจากการที่ซาอุดีอาระเบียกลับมาส่งออกน้ำมันผ่านท่าเรือ Yanbu ได้อีกครั้ง ประกอบกับตัวเลขการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียที่ฟื้นตัวกลับมาอยู่ในระดับเฉลี่ยปี 2025 ที่ 23.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตามข้อมูลจาก Goldman Sachs
ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการผลิต
นักลงทุนยังคงจับตาความคืบหน้าทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง แม้ว่าความชัดเจนในการบรรลุข้อตกลงจะยังคงมีความไม่แน่นอนสูงก็ตาม
ในส่วนของกลุ่ม OPEC+ มีแนวโน้มที่จะคงเป้าหมายการผลิตน้ำมันไว้เท่าเดิมในการประชุมวันอาทิตย์นี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดในระยะสั้น ท่ามกลางแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในตลาดโลก
ผลกระทบ เชิงลบ
การเพิ่มขึ้นของสต็อกน้ำมันดิบในสหรัฐฯ และการกลับมาของอุปทานจากซาอุดีอาระเบียส่งผลลบต่อราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากตลาดมีความกังวลเรื่องอุปทานส่วนเกินลดลง
สิ่งที่ต้องติดตาม
- การประชุมกลุ่ม OPEC+ ในวันอาทิตย์
- ความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน