ตลาดหุ้นโลกแกร่งสวนกระแสบอนด์ยีลด์พุ่ง รับแรงหนุนกำไรบริษัทจดทะเบียนโต
ดัชนีหุ้นโลกปรับตัวขึ้น 12% ในปีนี้แม้เผชิญความเสี่ยงจากดอกเบี้ยขาขึ้นและวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ตลาดพันธบัตรเผชิญแรงเทขายหนักจากผลตอบแทนที่พุ่งสูง
สรุปข่าว
ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงรักษาเสถียรภาพได้ดีในช่วงไตรมาสที่ 3 โดยดัชนีหลักยังคงอยู่ใกล้ระดับสูงสุดตลอดกาล แม้จะเผชิญกับปัจจัยลบทั้งราคาน้ำมันที่พุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และความกังวลเรื่องดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับสูง
ในขณะที่ตลาดหุ้นยังคงได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ตลาดพันธบัตรรัฐบาลกลับได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งทะลุ 5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ก่อนวิกฤตการเงินปี 2007 ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มกังวลต่อแนวโน้มโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว
ปัจจัยหนุนตลาดหุ้นและทิศทางดอกเบี้ย
นักวิเคราะห์จาก Pictet Asset Management ระบุว่าตลาดหุ้นโลกกำลังเติบโตจากกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น โดยคาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทในดัชนี S&P 500 จะพุ่งขึ้นอย่างน้อย 30% ในปีนี้ ซึ่งถือเป็นระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนนอกเหนือจากช่วงการฟื้นตัวหลังภาวะเศรษฐกิจถดถอย
อย่างไรก็ตาม ตลาดพันธบัตรยังคงเป็นจุดที่น่ากังวลเนื่องจากอัตราผลตอบแทนในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เยอรมนี และอังกฤษ ต่างพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อผลตอบแทนรวมของนักลงทุนในพอร์ตการลงทุนทั่วโลก
ผลกระทบ เป็นกลาง
แม้ตลาดหุ้นจะยังคงแข็งแกร่ง แต่การพุ่งขึ้นของบอนด์ยีลด์ในระดับสูงถือเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่อาจกดดันสินทรัพย์เสี่ยงในระยะถัดไปหากอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับนี้ต่อเนื่อง
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
- ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและยูเครน
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน