อุตสาหกรรมก่อสร้างยุโรปหันหาไม้ทดแทนเหล็กและคอนกรีต หวังลดต้นทุนและคาร์บอน
ผู้เชี่ยวชาญชี้การใช้ไม้แปรรูปวิศวกรรมช่วยลดต้นทุนก่อสร้างได้ถึง 25% และตอบโจทย์เป้าหมายสิ่งแวดล้อมของยุโรป
สรุปข่าว
อุตสาหกรรมก่อสร้างในยุโรปกำลังเผชิญความท้าทายจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สูงถึง 5-12% ของระดับประเทศ โดยภาคส่วนนี้สร้างขยะมากกว่า 35% ของขยะรวมในสหภาพยุโรป ดร. Subhra Bhattacharjee ผู้อำนวยการทั่วไปของ Forest Stewardship Council (FSC) ระบุว่าการเปลี่ยนมาใช้ไม้แปรรูปวิศวกรรมเป็นทางเลือกสำคัญในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์และรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นกว่า 2 ล้านหลังต่อปี
การใช้ไม้ในงานก่อสร้างช่วยลดต้นทุนได้สูงสุด 25% เมื่อเทียบกับวัสดุเดิมอย่างคอนกรีตและเหล็ก เนื่องจากน้ำหนักที่เบากว่าช่วยลดค่าขนส่งและค่าแรงหน้างานจากการใช้โครงสร้างสำเร็จรูป แม้ปัจจุบันอุตสาหกรรมประกันภัยยังต้องปรับตัวเพื่อทำความเข้าใจคุณสมบัติทนไฟของไม้สมัยใหม่ แต่แนวโน้มการใช้งานกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในยุโรปและอเมริกาเหนือ
โอกาสทางเศรษฐกิจและตลาด
ตลาดก่อสร้างด้วยไม้มีมูลค่าราว 5 พันล้านดอลลาร์ และมีการเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี ซึ่งถือเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ การขยายตัวของอุตสาหกรรมนี้คาดว่าจะสร้างงานใหม่ในกลุ่มทักษะสูงและช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ชนบทผ่านห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่การจัดการป่าไม้ไปจนถึงการผลิตไม้แปรรูป
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การเปลี่ยนมาใช้ไม้จะไม่ทำให้ภาคส่วนเหล็กหรือคอนกรีตล่มสลาย แต่จะเป็นการทำงานร่วมกันเพื่อลดคาร์บอนในภาพรวม โดยวัสดุแต่ละประเภทจะเข้ามาเติมเต็มความต้องการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอนาคต
ผลกระทบ เชิงบวก
การเปลี่ยนผ่านสู่การก่อสร้างด้วยไม้ช่วยลดต้นทุนการผลิตและตอบโจทย์นโยบายสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อบริษัทในกลุ่มวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยีไม้แปรรูปและกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสีเขียว
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ความคืบหน้าการปรับเกณฑ์ประกันภัยสำหรับอาคารไม้
- ตัวเลขการเติบโตของตลาดก่อสร้างด้วยไม้ในยุโรป
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน