ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้น หลังสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน 3 ลำ
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันจันทร์
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้น 0.72% อยู่ที่ 92.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ Brent เพิ่มขึ้น 0.63% อยู่ที่ 96.89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังกองทัพสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน 3 ลำ ใกล้เกาะคาร์ก เมืองจาสก์ และอ่าวโอมาน
การโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้ที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ยิงขีปนาวุธใส่เรือรบสหรัฐฯ 2 ลำ ส่งผลให้สถานการณ์ในภูมิภาคตึงเครียดขึ้นอย่างมาก โดยอิหร่านประกาศกร้าวว่าจะมีการตอบโต้ที่รุนแรงและเจ็บปวดกว่าเดิม
ผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมัน
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (Centcom) ระบุว่าได้ดำเนินมาตรการปิดล้อมทางทะเลตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม โดยมีการเปลี่ยนเส้นทางเรือพาณิชย์ไปแล้ว 92 ลำ และระงับการเดินเรือไป 3 ลำ
ข้อมูลจาก TankerTrackers.com ประเมินว่าปริมาณน้ำมันที่ไหลผ่านช่องแคบฮอร์มุซเฉลี่ยอยู่ที่ 5.04 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วง 28 วันที่ผ่านมา ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขที่กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ คาดการณ์ไว้ เนื่องจากเรือจำนวนมากเริ่มปิดระบบติดตามตำแหน่ง (AIS)
ผลกระทบ เชิงบวก
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นจากความกังวลด้านอุปทานที่อาจหยุดชะงักในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานและผู้ผลิตน้ำมัน
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน