ต้นทุนขนส่งพุ่งสูงกดดันกำไรผู้ประกอบการรถบรรทุกสหรัฐฯ
ราคาดีเซลแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6.53 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ผนวกกับต้นทุนดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นกว่า 50% ตั้งแต่ปี 2019
สรุปข่าว
ผู้ประกอบการขนส่งในสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับวิกฤตต้นทุนรอบด้าน โดยราคาดีเซลพุ่งสูงถึง 6.53 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรเนื่องจากบริษัทไม่สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมัน (fuel surcharge) ได้ครอบคลุมทั้งหมด
David Parker ซีอีโอของ Covenant Logistics ระบุว่าบริษัทสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันคืนได้เพียง 80% ของปริมาณการใช้เชื้อเพลิง 45 ล้านแกลลอนต่อปี ส่วนที่เหลืออีก 20% กลายเป็นภาระต้นทุนที่กัดกินกำไรของบริษัทโดยตรง
แรงกดดันจากต้นทุนดำเนินงาน
นอกเหนือจากค่าน้ำมัน ต้นทุนดำเนินงานที่ไม่รวมเชื้อเพลิง เช่น ค่าจ้างคนขับ ประกันภัยสุขภาพ และประกันภัยความรับผิด ได้ปรับตัวสูงขึ้น 40-50% ตั้งแต่ปี 2019 ในขณะที่ค่าบริการขนส่งในสัญญา (contract rates) ยังไม่สามารถปรับขึ้นได้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ปัจจุบันอัตราการปฏิเสธงาน (tender rejections) อยู่ที่ 13.74% เพิ่มขึ้นจาก 5.5% ในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงตลาดที่ยังคงตึงตัว อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารยังคงมีความหวังต่อแนวโน้มในช่วงไตรมาสที่ 4 เนื่องจากค่าบริการในสัญญาเริ่มปรับตัวสูงกว่าราคาตลาดจร (spot rates) ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อเสถียรภาพของอุตสาหกรรม
ผลกระทบ เชิงลบ
ต้นทุนน้ำมันและค่าดำเนินงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่บริษัทจะผลักภาระให้ลูกค้าได้ทั้งหมด ส่งผลลบต่ออัตรากำไรของบริษัทในระยะสั้น
สิ่งที่ต้องติดตาม
- แนวโน้มการปรับขึ้นค่าบริการขนส่งในไตรมาส 4
- การควบคุมต้นทุนดำเนินงานและค่าประกันภัย
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน