หุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงต่อเนื่อง รับแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงขายต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อและตลาดแรงงานที่จะส่งผลต่อทิศทางดอกเบี้ยของ Fed
สรุปข่าว
ดัชนี Dow Jones, S&P 500 และ Nasdaq ปิดลบต่อเนื่องในวันอังคาร ท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี พุ่งแตะระดับ 5.6206% ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2002
นักลงทุนกำลังรอรายงานดัชนีราคา PCE ในวันพุธและตัวเลขการจ้างงานในวันศุกร์ เพื่อประเมินท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในการประชุมเดือนตุลาคม ซึ่งตลาดคาดการณ์โอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 68% แล้ว
ปัจจัยกดดันตลาด
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ในเดือนกันยายนร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 12 ปีครึ่ง เนื่องจากความกังวลต่อภาวะสงครามและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
นอกจากนี้ รายงาน JOLTS ระบุว่าตำแหน่งงานว่างในเดือนสิงหาคมลดลงเหลือ 7.079 ล้านตำแหน่ง ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ สะท้อนถึงความต้องการแรงงานที่เริ่มชะลอตัวลง
ความเคลื่อนไหวรายกลุ่ม
หุ้นกลุ่ม AI ยังคงเป็นที่จับตาหลัง Anthropic ยื่นไฟลิ่ง IPO โดยตั้งเป้าหมายมูลค่าบริษัทไว้ที่กว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ แม้บริษัทจะยังคงมีผลขาดทุนเพิ่มขึ้นก็ตาม
ในขณะที่หุ้นกลุ่มชิปฟื้นตัวขึ้น 1.4% แต่หุ้นของ Fair Isaac Corp ดิ่งลงกว่า 26.9% หลังหน่วยงานกำกับดูแลประกาศปรับเปลี่ยนโครงสร้างราคาของ Fannie Mae และ Freddie Mac
ผลกระทบ เชิงลบ
ภาวะบอนด์ยีลด์ที่พุ่งสูงขึ้นกดดันมูลค่าหุ้นโดยรวมและเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมของบริษัทจดทะเบียน ประกอบกับความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ดัชนีราคา PCE (วันพุธ)
- รายงานการจ้างงาน (วันศุกร์)
- การประชุม Fed เดือนตุลาคม
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน