ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลง ตามทิศทางวอลล์สตรีทและราคาน้ำมันที่พุ่งสูง
ดัชนีหุ้นเอเชียร่วงลงหลังตลาดสหรัฐฯ ปิดลบ ขณะที่นักลงทุนกังวลต่อบอนด์ยีลด์ที่พุ่งสูงและราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นจากความไม่แน่นอนในอิหร่าน
สรุปข่าว
ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงในวันอังคาร นำโดยดัชนีนิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่นที่ร่วงลง 1.2% และดัชนีคอสปิของเกาหลีใต้ที่ลดลง 0.6% ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์และ S&P 500 ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่พุ่งแตะระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2007
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้น 1.8% มาอยู่ที่ 99.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดหุ้นทั่วภูมิภาค แม้ว่าตลาดหุ้นจีนจะสามารถประคองตัวปิดบวกได้เล็กน้อยหลังมีรายงานว่ารัฐบาลเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม
ประเด็นหุ้นรายตัวและปัจจัยกดดัน
หุ้นของ Shein ที่จดทะเบียนในตลาดฮ่องกงปรับตัวลดลงถึง 11.7% หลังจากบริษัทรายงานกำไรสุทธิปรับปรุงในไตรมาสล่าสุดลดลง 67% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงแรงกดดันในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกออนไลน์
นักลงทุนยังคงจับตาความเคลื่อนไหวของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เนื่องจากภาวะอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นทำให้นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนปลอดภัยกว่าหุ้น ส่งผลให้เกิดแรงเทขายในตลาดหุ้นทั่วโลกท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่เพิ่มสูงขึ้น
ผลกระทบ เชิงลบ
การปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นเอเชียสะท้อนถึงความกังวลของนักลงทุนต่อต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากบอนด์ยีลด์และราคาน้ำมัน ซึ่งอาจกระทบต่อผลประกอบการและบรรยากาศการลงทุนในระยะสั้น
สิ่งที่ต้องติดตาม
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
- ราคาน้ำมันดิบเบรนท์
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน