ตลาดหุ้นเอเชียผันผวน หลังบอนด์ยีลด์พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี
นักลงทุนกังวลภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นและต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น กดดันตลาดหุ้นทั่วภูมิภาค ขณะที่ราคาน้ำมันดิบยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
สรุปข่าว
ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงในวันอังคาร ท่ามกลางแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) อายุ 10 ปี ที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปีที่ 5.27% ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อต้นทุนการกู้ยืมของทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วโลก
นักลงทุนกำลังจับตาการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางออสเตรเลีย รวมถึงคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 3 ครั้งภายในกลางปีหน้า เพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ปัจจัยกดดันตลาดการเงิน
บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 2 ปี ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 57 bps ในเดือนนี้จนแตะระดับ 5% สะท้อนถึงความคาดหวังของตลาดต่อทิศทางดอกเบี้ยนโยบายที่ยังคงอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ยังคงยืนเหนือระดับ 106.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติมต่อต้นทุนการผลิตและงบประมาณของหลายประเทศ
ความเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นและเทคโนโลยี
ดัชนี CSI300 ของจีนยังคงติดลบแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปี จากความกังวลเรื่องการแบนชิ้นส่วนเทคโนโลยีจีนในศูนย์ข้อมูลของสหรัฐฯ ขณะที่หุ้น Nvidia เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงดัชนี Nasdaq ไม่ให้ร่วงลงรุนแรงกว่านี้ หลังบริษัทประกาศเพิ่มงบซื้อหุ้นคืนอีก 1.5 แสนล้านดอลลาร์
ในส่วนของบริษัท AI อย่าง Anthropic ได้เปิดเผยแผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและคอมพิวเตอร์สูงถึง 5.18 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อเป้าหมายการประเมินมูลค่าบริษัทที่ 2 ล้านล้านดอลลาร์
ผลกระทบ เชิงลบ
การพุ่งขึ้นของบอนด์ยีลด์ส่งผลลบต่อตลาดหุ้นโดยรวม เนื่องจากเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมและลดความน่าสนใจของสินทรัพย์เสี่ยง นอกจากนี้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและนโยบายดอกเบี้ยขาขึ้นยังกดดันบรรยากาศการลงทุนในตลาดเอเชีย
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน