คลังน้ำมันสำรองสหรัฐฯ แตะระดับต่ำสุดรอบกว่า 40 ปี
ปริมาณน้ำมันดิบในคลังสำรองยุทธศาสตร์สหรัฐฯ ลดลงเหลือ 283.8 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1982
สรุปข่าว
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานว่าปริมาณน้ำมันดิบในคลังสำรองยุทธศาสตร์ (SPR) ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดอยู่ที่ 283.8 ล้านบาร์เรล ณ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 25 กันยายน ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 1982
การลดลงดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากการตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐฯ ในเดือนมีนาคม ที่อนุมัติการระบายน้ำมันออกจากคลังรวม 172 ล้านบาร์เรล เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือกับกลุ่มประเทศสมาชิก IEA ในการรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานโลก
ความเสี่ยงและข้อจำกัด
ปัจจุบันระดับน้ำมันสำรองกำลังเข้าใกล้เกณฑ์ขั้นต่ำในการดำเนินงานที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ 252.4 ล้านบาร์เรล ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าการระบายน้ำมันออกมาอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี เนื่องจากตลาดเริ่มกังวลว่าสหรัฐฯ กำลังสูญเสียเครื่องมือในการรับมือกับวิกฤตพลังงานในอนาคต
นอกจากนี้ ปริมาณน้ำมันที่ระบายออกไปประมาณ 133 ล้านบาร์เรล อยู่ในรูปแบบสัญญาแลกเปลี่ยนกับบริษัทเอกชนอย่าง Shell, Vitol และ Trafigura โดยมีเงื่อนไขให้ส่งมอบน้ำมันคืนในอัตรา 1.25 บาร์เรลต่อทุกๆ 1 บาร์เรลที่ยืมไป ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทยอยส่งมอบคืนได้ในช่วงต้นปีหน้า
ผลกระทบ เป็นกลาง
แม้การลดลงของน้ำมันสำรองจะสะท้อนถึงความพยายามควบคุมราคาพลังงาน แต่ระดับที่ต่ำเกินไปอาจสร้างความกังวลด้านความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว ซึ่งตลาดรับรู้ข้อมูลนี้มาระยะหนึ่งแล้ว
สิ่งที่ต้องติดตาม
- แผนการเติมน้ำมันกลับเข้าคลังสำรอง
- กำหนดการส่งมอบน้ำมันคืนจากบริษัทคู่สัญญาในช่วงต้นปีหน้า
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน