บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ กดดันตลาดการเงินโลก
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ทะยานสู่ 5.25% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ท่ามกลางความกังวลเรื่องทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นและภาวะเศรษฐกิจ
สรุปข่าว
ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ เผชิญแรงเทขายอย่างหนักส่งผลให้อัตราผลตอบแทน (Yield) ปรับตัวสูงขึ้นทั่วทั้งเส้น โดยบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นแตะระดับ 5.25% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงวิกฤตการเงินปี 2007 ขณะที่บอนด์ยีลด์อายุ 30 ปี พุ่งแตะ 5.57% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2004
ปัจจัยกดดันหลักมาจากความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานาน (Higher-for-longer) ประกอบกับความกังวลเรื่องวิกฤตพลังงานจากสงครามในอิหร่าน หนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น และความต้องการเงินทุนมหาศาลจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
ปัจจัยหนุนความผันผวน
การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI เช่น ศูนย์ข้อมูลและชิปประมวลผล ช่วยให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีความแข็งแกร่ง แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างการแข่งขันแย่งชิงเงินทุนในระบบ ซึ่งส่งผลให้ความต้องการเงินกู้เพิ่มสูงขึ้น
นักวิเคราะห์จาก Macquarie ระบุว่าการที่ยีลด์ปรับตัวขึ้นเร็วเกินไปอาจสร้างความเสี่ยงต่อบริษัทหรือภาคธุรกิจที่ก่อหนี้ไว้สูงในช่วงดอกเบี้ยต่ำปี 2021 ซึ่งอาจนำไปสู่ความผันผวนในตลาดการเงินได้
ผลกระทบ เชิงลบ
บอนด์ยีลด์ที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลลบต่อตลาดหุ้น เนื่องจากต้นทุนทางการเงินของบริษัทจดทะเบียนเพิ่มขึ้น และทำให้นักลงทุนหันไปถือครองพันธบัตรแทนสินทรัพย์เสี่ยง นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
สิ่งที่ต้องติดตาม
- รายงานดัชนีราคา PCE
- รายงานตัวเลขการจ้างงานเดือนกันยายน
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน