หุ้นสหรัฐฯ เปิดลบกังวลราคาน้ำมันพุ่ง-บอนด์ยีลด์แตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี
ดัชนี Dow Jones ร่วง 377 จุด หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันพุ่งและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีทะลุ 5.2%
สรุปข่าว
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงในวันจันทร์ โดยดัชนี Dow Jones ปรับตัวลง 0.7% ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวลง 0.5% และ 0.6% ตามลำดับ แรงกดดันหลักมาจากราคาน้ำมันดิบ Brent ที่พุ่งเกิน 2% ไปอยู่ที่ 106.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากประธานาธิบดี Donald Trump ปฏิเสธเงื่อนไขการหยุดยิงของอิหร่าน ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดและกระทบต่ออุปทานพลังงานโลก
ผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ย
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งทะลุ 5.2% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ขณะที่พันธบัตรอายุ 30 ปีแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี นักวิเคราะห์มองว่าการพุ่งขึ้นของบอนด์ยีลด์สะท้อนถึงความจำเป็นที่ธนาคารกลางทั่วโลกอาจต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน
นักลงทุนกำลังจับตาดูตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนี PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ ข้อมูลภาคการผลิต และรายงานการจ้างงานเดือนกันยายน ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจเรื่องนโยบายการเงินในอนาคต
ผลกระทบ เชิงลบ
การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสร้างความกังวลต่อต้นทุนการดำเนินธุรกิจและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย ซึ่งกดดันบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้น
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน