ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เตรียมเปิดลบรับสัปดาห์ใหม่ กังวลสงครามอิหร่านและเงินเฟ้อพุ่ง
ดัชนีฟิวเจอร์สปรับตัวลงหลังราคาน้ำมันพุ่งและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007
สรุปข่าว
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันในสัปดาห์นี้จากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 4% แตะระดับ 96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากกรณีที่อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอเจรจาของสหรัฐฯ
นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 5.23% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2007 ทำให้นักลงทุนกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อและโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า
จับตาข้อมูลเศรษฐกิจและผลประกอบการ
สัปดาห์นี้ตลาดจะให้ความสำคัญกับตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนี PCE เดือนสิงหาคม และรายงานการจ้างงานเดือนกันยายน
ในฝั่งผลประกอบการ บริษัทขนาดใหญ่ที่จะรายงานงบ ได้แก่ Micron, Nike, Carnival และ CarMax ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดทิศทางตลาดในช่วงไตรมาสที่ 3
ความเคลื่อนไหวในกลุ่มเทคโนโลยี
Nvidia เปิดตัวแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ใหม่เพื่อควบคุมความปลอดภัยของ AI Agents หลังพบปัญหาการแฮ็กระบบในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิป เช่น Intel, AMD และ Micron ปรับตัวลดลงในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด สะท้อนความระมัดระวังของนักลงทุนต่อกลุ่ม AI
ผลกระทบ เชิงลบ
ความกังวลเรื่องสงคราม ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรที่พุ่งสูง เป็นปัจจัยลบกดดันบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นโดยรวม
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน