เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา ตั๋วช่วยเหลือ
เศรษฐกิจ Fed

ราคาเงินร่วงต่อเนื่อง รับแรงกดดันราคาน้ำมันพุ่ง-คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ย

ราคาเงินส่งมอบเดือนธันวาคมปรับตัวลดลงสู่ระดับ 61.75 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางความกังวลสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่านและแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด

ภาพ: https://kaboompics.com/ / Pexels ดูต้นทาง

สรุปข่าว

ราคาเงิน (Silver) ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วในการซื้อขายช่วงเช้าวันที่ 28 กันยายน 2026 โดยเปิดตลาดที่ 64.66 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนจะร่วงลงมาอยู่ที่ 61.75 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปัจจัยกดดันหลักมาจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในอิหร่านที่ยังไม่มีข้อยุติ

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีโอกาสสูงถึง 70.3% ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคมนี้ นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่เพิ่มขึ้น ยังเป็นปัจจัยลบที่กดดันราคาสินทรัพย์ประเภทโลหะมีค่าในระยะสั้น

ปัจจัยกดดันตลาด

ความกังวลเรื่องสงครามในอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากประธานาธิบดี Trump ปฏิเสธข้อเสนอเพื่อยุติความขัดแย้ง แม้จะมีการระบุว่าจะกลับเข้าสู่การเจรจาในสัปดาห์นี้ก็ตาม

นักวิเคราะห์มองว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะส่งผลต่อต้นทุนผู้บริโภคและเงินเฟ้อ ซึ่งบีบให้เฟดอาจต้องพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องไปจนถึงการประชุมเดือนธันวาคม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความน่าสนใจของเงินในฐานะสินทรัพย์ลงทุน

ผลกระทบ เชิงลบ

ราคาเงินได้รับผลกระทบเชิงลบจากความกังวลเรื่องอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นและค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า ซึ่งลดความน่าสนใจของโลหะมีค่าในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

สิ่งที่ต้องติดตาม

  • การประชุม Fed เดือนตุลาคม
  • สถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่าน
  • ราคาน้ำมันดิบ

หุ้นที่เกี่ยวข้อง

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน