ราคาน้ำมันดิบพุ่งกว่า 3% หลังสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงจากอิหร่าน
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ดีดตัวขึ้นเหนือ 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังประธานาธิบดี Donald Trump ปฏิเสธข้อเสนอสงบศึกของอิหร่าน ส่งผลให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงอยู่ในระดับสูง
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในวันจันทร์ โดยน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 3.29% มาอยู่ที่ 107.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 2.32% มาอยู่ที่ 94.55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดี Donald Trump ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงจากอิหร่านที่ยื่นผ่านตัวกลางจากกาตาร์ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
แม้จะมีการปฏิเสธข้อเสนอ แต่ตลาดน้ำมันยังคงจับตาความพยายามทางการทูตที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความกังวลเรื่องอุปทานพลังงานโลก โดยเฉพาะความเสี่ยงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งน้ำมัน
ปัจจัยกดดันอุปทานและราคา
นอกเหนือจากความขัดแย้งกับอิหร่าน ตลาดยังมีความกังวลเรื่องการส่งออกน้ำมันดีเซลของสหรัฐฯ ที่อาจถูกจำกัดเพื่อบรรเทาภาวะเงินเฟ้อในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานในยุโรปและดันราคาให้สูงขึ้น
ในขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่าการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางในเดือนกันยายนฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ 12.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน สูงสุดนับตั้งแต่เริ่มสงครามในเดือนกุมภาพันธ์ โดยซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เร่งส่งออกผ่านเส้นทางอื่นเพื่อทดแทนท่อส่งที่ได้รับความเสียหาย
ผลกระทบ เชิงลบ
ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนพลังงานทั่วโลกและซ้ำเติมปัญหาเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดหุ้น
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
- ระดับราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่แนวต้าน 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน