บริษัทสหรัฐฯ เผชิญความเสี่ยงหนี้ครบกำหนดก้อนใหญ่ช่วงปี 2027-2031
บริษัทสหรัฐฯ เตรียมรับมือภาระหนี้หุ้นกู้กว่า 4.3 ล้านล้านดอลลาร์ที่ทยอยครบกำหนดในช่วง 5 ปีข้างหน้า ท่ามกลางต้นทุนดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
สรุปข่าว
ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่าบริษัทนอกภาคการเงินในสหรัฐฯ มีภาระหนี้หุ้นกู้รวมประมาณ 4.3 ล้านล้านดอลลาร์ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนในช่วงปี 2027 ถึง 2031 โดยมูลค่าหนี้ที่ต้องชำระรายปีจะเพิ่มขึ้นจาก 5.72 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2027 ไปแตะระดับ 1.03 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2030
สถานการณ์นี้สร้างแรงกดดันต่อบริษัทต่างๆ เนื่องจากต้องรีไฟแนนซ์หนี้เดิมที่เคยทำไว้ในช่วงดอกเบี้ยต่ำด้วยต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่ยืนเหนือระดับ 5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007
ผลกระทบต่อกลุ่มผู้ออกหุ้นกู้
กลุ่มบริษัทที่มีอันดับเครดิตต่ำหรือกลุ่ม High-yield จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยมูลค่าหุ้นกู้กลุ่มนี้ที่จะครบกำหนดจะพุ่งขึ้นจาก 6.85 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2027 เป็น 3.14 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2029
ผู้เชี่ยวชาญจาก PIMCO ประเมินว่าแม้บริษัทส่วนใหญ่จะยังสามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ แต่บริษัทที่มีสถานะทางการเงินอ่อนแออาจเผชิญภาวะตึงตัวอย่างรุนแรง โดยเฉพาะหุ้นกู้ระดับ CCC ที่อาจมีอัตราดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวหากต้องรีไฟแนนซ์ในอัตราปัจจุบัน
ปัจจัยซ้ำเติมจากความต้องการลงทุน AI
การรีไฟแนนซ์หนี้ก้อนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่มีความต้องการกู้ยืมเงินเพิ่มขึ้นเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
Goldman Sachs คาดการณ์ว่าบริษัทกลุ่ม Hyperscalers อาทิ Amazon, Alphabet, Meta, Microsoft และ Oracle จะมีการออกหุ้นกู้รวมกันสูงถึง 4.2 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2027 ซึ่งเพิ่มขึ้น 60% จากระดับที่คาดการณ์ไว้ในปี 2026
ผลกระทบ เชิงลบ
ต้นทุนการเงินที่สูงขึ้นจะกดดันกระแสเงินสดและกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีหนี้สินสูงและอันดับเครดิตต่ำ ซึ่งอาจส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในภาพรวม
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน