นักลงทุนยังคงระมัดระวังท่ามกลางความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อ
ผลสำรวจชี้ความเชื่อมั่นนักลงทุนลดลงจากเดือนกรกฎาคม โดยกังวลสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านและเงินเฟ้อ แต่ยังคงถือหุ้นกลุ่ม AI และเทคโนโลยีขนาดใหญ่
สรุปข่าว
ผลสำรวจความเชื่อมั่นนักลงทุนล่าสุดสะท้อนความกังวลต่อสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 7 รวมถึงปัญหาเงินเฟ้อและราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 50% ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นลดลงจากระดับ 61% ในเดือนกรกฎาคม เหลือเพียง 42% ในปัจจุบัน
แม้จะมีความกังวลเรื่องภาวะฟองสบู่ในหุ้นกลุ่ม AI และเทคโนโลยีขนาดใหญ่ แต่ผู้ลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่ปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนและยังคงถือครองหุ้นกลุ่มดังกล่าวเป็นหลัก โดยคาดการณ์ว่าตลาดหุ้นจะไม่เกิดการปรับฐานรุนแรงในระยะสั้น
มุมมองต่อตลาดและพอร์ตการลงทุน
นักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อว่าดัชนี S&P 500 จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในปี 2026 โดยมีเพียง 25% เท่านั้นที่คาดว่าจะเกิดการปรับตัวลดลงมากกว่า 10% ทั้งนี้หุ้นที่นักลงทุนถือครองมากที่สุดยังคงเป็นกลุ่มเทคโนโลยี ได้แก่ NVDA, AAPL, GOOGL, MSFT และ MU
ในด้านนโยบายการเงิน นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานของธนาคารกลางสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธาน Kevin Warsh มากขึ้น หลังจากมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องการแทรกแซงทางการเมืองได้ในระดับหนึ่ง
ผลกระทบ เป็นกลาง
ข้อมูลสะท้อนถึงความระมัดระวังของนักลงทุนต่อปัจจัยภายนอก แต่ยังไม่มีการเทขายสินทรัพย์ในวงกว้างเนื่องจากยังคงเชื่อมั่นในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน