ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ดีดตัวรับแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์ที่เริ่มชะลอตัว
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีสัญญาณฟื้นตัวหลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลงจากระดับสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี และราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง
สรุปข่าว
ดัชนีฟิวเจอร์สของ S&P 500 ปรับตัวขึ้น 0.25% และ Nasdaq-100 เพิ่มขึ้น 0.52% ในช่วงเช้าวันศุกร์ หลังจากตลาดเผชิญกับสัปดาห์ที่ผันผวนอย่างหนัก โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 5.167% หลังจากพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ในวันก่อนหน้า
ปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงตลาดในวันนี้มาจากการที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลดลงเหลือประมาณ 99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเจรจาเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์ยังคงมีแนวโน้มปิดลบเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน เนื่องจากความกังวลเรื่องนโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐฯ
ปัจจัยกดดันตลาดและดอกเบี้ย
ตลาดได้รับแรงกดดันจากท่าทีที่แข็งกร้าวของเจ้าหน้าที่เฟดและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ตลาดฟิวเจอร์สคาดการณ์ว่ามีโอกาสถึง 68% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม
อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการกู้ยืมของผู้บริโภค โดยอัตราดอกเบี้ยจำนองแบบคงที่ 30 ปี พุ่งแตะระดับ 7.45% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2024 นักวิเคราะห์เตือนว่าภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นนี้อาจส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคในระยะถัดไป
ผลกระทบ เชิงบวก
การปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์และราคาน้ำมันช่วยลดความกังวลของตลาดในระยะสั้น ทำให้หุ้นฟื้นตัวได้หลังจากเผชิญแรงเทขายมาตลอดสัปดาห์
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน