สตาร์ทอัพนิวเคลียร์สหรัฐฯ ระดมทุนพุ่ง แต่ยังติดหล่มต้นทุนและกฎระเบียบ
นักลงทุนอัดฉีดเงิน 4.6 พันล้านดอลลาร์ให้ธุรกิจนิวเคลียร์เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าจาก AI แต่การก่อสร้างจริงยังต้องใช้เวลาอีกหลายปี
สรุปข่าว
เม็ดเงินลงทุนในสตาร์ทอัพนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 4.6 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ จาก 3.8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 โดยนักลงทุนคาดหวังว่าบริษัทเทคโนโลยีที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้ามหาศาลสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์จะยอมจ่ายราคาพรีเมียมเพื่อพลังงานสะอาดที่เสถียรตลอด 24 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการเปลี่ยนเงินลงทุนให้กลายเป็นโรงไฟฟ้าจริง เนื่องจากกระบวนการทางกฎหมายที่ซับซ้อนและเทคโนโลยีใหม่ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ในระดับพาณิชย์ ทำให้คาดการณ์ว่าการใช้งานจริงในวงกว้างอาจเกิดขึ้นได้ในช่วงปี 2035
ความท้าทายของอุตสาหกรรม
ปัจจุบันมีเพียงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 2 แห่งเท่านั้นที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในสหรัฐฯ และแคนาดา โดยโครงการนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ในอดีตมักประสบปัญหาล่าช้าและงบบานปลายเกินกว่า 100% ทำให้สถาบันการเงินยังคงระมัดระวังในการปล่อยกู้
บริษัทสตาร์ทอัพหลายแห่งหันมาพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์โมดูลาร์ขนาดเล็ก (SMR) เพื่อลดต้นทุนและเร่งการก่อสร้าง แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าอุตสาหกรรมต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถผลิตชิ้นส่วนในโรงงานและประกอบหน้างานได้จริงก่อนที่โมเดลธุรกิจนี้จะประสบความสำเร็จ
ผลกระทบ เป็นกลาง
แม้จะมีเงินลงทุนไหลเข้ามาก แต่ความล่าช้าในการก่อสร้างและอุปสรรคด้านกฎระเบียบทำให้ผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องยังไม่ชัดเจนในระยะสั้น
สิ่งที่ต้องติดตาม
- ความคืบหน้าการอนุมัติโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
- ความต้องการใช้ไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน