Stablecoin เผชิญความท้าทาย ต้องพึ่งพาระบบธนาคารเพื่อขยายสเกล
การชำระเงินผ่าน Stablecoin ในระดับองค์กรยังคงต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานของธนาคารแบบดั้งเดิม เพื่อความน่าเชื่อถือและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
สรุปข่าว
แม้ Stablecoin จะถูกออกแบบมาเพื่อเลี่ยงระบบธนาคาร แต่ในความเป็นจริงบริษัทที่ต้องการขยายสเกลการชำระเงินระดับสถาบันกลับต้องบูรณาการเข้ากับระบบธนาคารอย่างลึกซึ้ง โดยการชำระเงินข้ามพรมแดนส่วนใหญ่ยังคงเริ่มต้นและจบลงด้วยเงินตราปกติ (Fiat) ซึ่งธนาคารทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อและกำกับดูแลความเสี่ยง
ข้อมูลจาก McKinsey และ Artemis ระบุว่าปริมาณการชำระเงินผ่าน Stablecoin ที่แท้จริงคิดเป็นเพียง 0.02% ของปริมาณการชำระเงินทั่วโลกในปี 2025 โดยปัญหาหลักของบริษัทที่ขยายตัวไม่ได้คือการขาดโครงสร้างพื้นฐานด้านธนาคารและ FX ที่แข็งแกร่งพอจะรองรับธุรกรรมระดับพันล้านดอลลาร์
ความสำคัญของกฎระเบียบ
กฎหมาย GENIUS Act ที่บังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม 2025 ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของการมีพันธมิตรธนาคารที่น่าเชื่อถือ เนื่องจากบริษัทที่ไม่มีการกำกับดูแลที่ดีจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขันกับสถาบันการเงินที่ปรับตัวเข้าสู่ระบบ Stablecoin ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ผลกระทบ เป็นกลาง
ข่าวนี้สะท้อนถึงการปรับตัวของอุตสาหกรรมคริปโทเข้าสู่ระบบการเงินกระแสหลัก ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงกลยุทธ์สำหรับนักลงทุนในกลุ่ม Fintech และสถาบันการเงิน
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน