ราคาน้ำมันดิบพุ่งรับความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ
สหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากโจมตีเรือขนส่งน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลกและดันราคาพุ่งสูงขึ้น
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง หลังเกิดเหตุการณ์โจมตีเรือขนส่งน้ำมันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก โดยกองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน 3 ลำ ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีเรือของสหรัฐฯ และเรือขนส่งสินค้าในพื้นที่
เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลอย่างมากต่อภาวะอุปทานน้ำมันหยุดชะงักในระยะยาว โดยข้อมูลจาก Kpler ระบุว่าจำนวนเรือสินค้าที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ทั้งนี้กลุ่ม OPEC+ ยังคงนโยบายการผลิตเดิมไว้สำหรับเดือนตุลาคมเพื่อรอการเจรจาโควตาใหม่
ผลกระทบต่อตลาดพลังงาน
นักวิเคราะห์จาก ANZ ประเมินว่าสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้ออาจส่งผลให้การฟื้นตัวของอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลางล่าช้าออกไป โดยคาดว่าปริมาณการส่งออกจะยังคงถูกจำกัดตลอดช่วงที่เหลือของปี 2026 และอาจไม่กลับสู่ระดับปกติจนกว่าจะถึงช่วงต้นปี 2027
ผลกระทบ เชิงบวก
ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลดีต่อรายได้ของบริษัทในกลุ่มพลังงานและผู้ผลิตน้ำมันดิบโดยตรง แม้จะสร้างความกังวลต่อต้นทุนการขนส่งและเงินเฟ้อในภาพรวมก็ตาม
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน