ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จับตาตัวเลขจ้างงาน-เงินเฟ้อ ชี้ชะตาทิศทางดอกเบี้ยเฟด
นักลงทุนรอประเมินท่าทีธนาคารกลางสหรัฐฯ หลังตลาดหุ้นผันผวนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้น
สรุปข่าว
นักลงทุนในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทกำลังจับตาการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนกันยายนและดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในสัปดาห์หน้า ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ใช้ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม
ปัจจุบันตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปีที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี และอัตราผลตอบแทนอายุ 10 ปีที่ทะลุระดับ 5% ส่งผลให้หุ้นกลุ่มการเงินและสาธารณูปโภคปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในเดือนกันยายน
ปัจจัยกดดันตลาด
แม้ดัชนี S&P 500 จะยังคงยืนหยัดได้จากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI แต่ภาพรวมของหุ้นรายตัวกลับมีความเปราะบางสูง ดัชนีแบบถ่วงน้ำหนักเท่ากัน (Equal-weight index) ปรับตัวลดลงประมาณ 4% ในเดือนนี้ สะท้อนให้เห็นว่าหุ้นส่วนใหญ่ในตลาดไม่ได้ปรับตัวขึ้นตามดัชนีหลัก
นักวิเคราะห์เตือนว่าหากตัวเลขการจ้างงานออกมาแข็งแกร่งเกินคาด อาจกระตุ้นให้ Fed เร่งขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งจะส่งผลลบต่อตลาดหุ้นในระยะสั้น เนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นจะกดดันกำไรของบริษัทจดทะเบียนและเพิ่มความน่าสนใจให้กับตลาดพันธบัตรมากกว่าหุ้น
ผลกระทบ เชิงลบ
ความไม่แน่นอนของทิศทางดอกเบี้ยและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยลบต่อมูลค่าหุ้น โดยเฉพาะหากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดีเกินไปจน Fed ต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ย
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน