เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา ตั๋วช่วยเหลือ
เศรษฐกิจ Fed

ตลาดหุ้นเอเชียทรงตัว รับแรงกดดันบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ทศวรรษ

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ทะยานแตะ 5.22% กระทบต้นทุนการกู้ยืมทั่วโลก ขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่ยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ซ้ำเติมความกังวลเงินเฟ้อ

ภาพ: Atlantic Ambience / Pexels ดูต้นทาง

สรุปข่าว

ตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวในกรอบแคบหลังเผชิญแรงเทขายในตลาดพันธบัตรทั่วโลก ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Yield) สหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปีที่ 5.2251% นักลงทุนกังวลว่าต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นจะกดดันมูลค่าสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภททั่วโลก

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ยืนเหนือ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากความกังวลด้านอุปทานในตะวันออกกลาง ยังเป็นปัจจัยเร่งให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหลายครั้งในปีนี้ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 1% ในสัปดาห์นี้

ผลกระทบต่อตลาดการเงิน

การพุ่งขึ้นของบอนด์ยีลด์ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ โดยอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านขยับขึ้นแตะระดับ 7% ขณะที่ตลาดพันธบัตรรัฐบาลในญี่ปุ่นและออสเตรเลียก็เผชิญแรงเทขายเช่นกัน โดยบอนด์ยีลด์ญี่ปุ่นอายุ 10 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1996

นักวิเคราะห์จาก deVere Group เตือนว่าเมื่ออัตราผลตอบแทนที่ปราศจากความเสี่ยง (Risk-free rate) ในเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลกสูงเกิน 5% สินทรัพย์ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นหุ้น อสังหาริมทรัพย์ หรือสินเชื่อภาคเอกชน จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อสะท้อนต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นนี้

แนวโน้มดอกเบี้ยโลก

ตลาดอนุพันธ์คาดการณ์ว่ามีโอกาสถึง 71% ที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า เพิ่มขึ้นจาก 53% ในช่วงต้นสัปดาห์ โดยคาดว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยรวมอีกไม่ต่ำกว่า 90 basis points ในรอบวัฏจักรนี้

ธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกเริ่มดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นตาม Fed โดย Norges Bank ของนอร์เวย์ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว ขณะที่ Riksbank ของสวีเดนส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นตามภายในสิ้นปีนี้ สะท้อนถึงภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงเป็นความเสี่ยงหลักของเศรษฐกิจโลก

ผลกระทบ เชิงลบ

ภาวะบอนด์ยีลด์พุ่งสูงขึ้นและราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงเป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้น เนื่องจากเพิ่มต้นทุนทางการเงินของบริษัทจดทะเบียนและลดทอนความน่าสนใจของสินทรัพย์เสี่ยง

สิ่งที่ต้องติดตาม

  • การประชุม Fed เดือนหน้า
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี
  • ราคาน้ำมันดิบ Brent

เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน