เตือนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI เสี่ยงสูงเทียบวิกฤตซับไพรม์
งานวิจัยจาก Brookings Institution ชี้การทุ่มเงิน 10.3 ล้านล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐาน AI อาจสร้างความเสี่ยงทางการเงินระดับระบบ
สรุปข่าว
งานวิจัยจาก Columbia Business School ระบุว่าสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI และดาต้าเซ็นเตอร์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยคาดการณ์ยอดใช้จ่ายรวมสูงถึง 10.3 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2025-2032 คิดเป็นสัดส่วนถึง 3.6% ของ GDP ต่อปี ซึ่งสูงกว่าการลงทุนในระบบรางหรือทางหลวงในอดีต
นักวิจัยเตือนว่าโครงสร้างทางการเงินที่ซับซ้อนและการกู้ยืมผ่านหน่วยงานนอกงบดุล (off-balance-sheet) มีความคล้ายคลึงกับวิกฤตสินเชื่อซับไพรม์ปี 2007-2009 หากรายได้จาก AI ไม่เติบโตตามเป้าหมายที่ต้องเพิ่มขึ้นถึง 80% ต่อปี อาจนำไปสู่ความเสี่ยงทางการเงินในวงกว้าง
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาด
การลงทุนมหาศาลนี้ส่งผลให้ราคาอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์และคอมพิวเตอร์พุ่งสูงขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ยระยะยาวและค่าจ้างแรงงานในภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ 5 แห่ง ได้แก่ Alphabet, Amazon, Meta, Microsoft และ Oracle มีแผนใช้จ่ายเงินลงทุนรวมกว่า 4.2 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2029 ซึ่งเกินกว่ากระแสเงินสดที่บริษัทจะหาได้เอง จนต้องพึ่งพาการกู้ยืมมากขึ้น
ผลกระทบ เชิงลบ
การเตือนถึงความเสี่ยงทางการเงินระดับระบบและภาระหนี้ที่สูงเกินตัวของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อาจสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพของตลาดในระยะยาว
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยกองบรรณาธิการ ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน